เป้ย ปานวาด สุดจะทน ลูกๆถูกวิจารณ์แรงมาก แหมบทั้งบ้าน พ่อพันธุ์ไม่ดี

            เป็นขวัญใจของแฟนๆ หลายคน สำหรับครอบครัวของนักแสดงสาว เป้ย ปานวาด และสามี ป๊อป นิธิ ที่ตอนนี้มีลูกน้อย น้องโปรด และ น้องปาลิน มาสร้างความสดใส เติมชีวิตชีวาให้กับทุกคนในครอบครัว และด้วยความน่าเอ็นดูของน้องโปรด และน้องปาลินทำให้ครอบครัวนี้มีคนติดตามมากมาย

             แต่ด้วยเพราะมีคนรักก็ต้องมีคนวิพากษ์วิจารณ์เป็นธรรมดา อย่างล่าสุด คุณแม่เป้ย ได้แคปความคิดเห็นขากชาวโซเชียลคนหนึ่ง ที่เข้ามาแสดงความเห็นวิจารณ์รูปร่างหน้าตาของลูกๆ ทั้งสองว่า “แหมบกันทั้งครอบครัว เด็กๆ หน้าตาเหมือนพ่อ ไม่หล่อไม่สวยเลย ถ้าเหมือนแม่เป้ยบ้างคงหล่อสวย พ่อพันธุ์ไม่ดี โพสต์ลงในอินสตาแกรม

              พร้อมระบุข้อความว่า “จะสอนให้ลูกทั้ง2 คนได้เรียนรู้เข้าใจรับฟังคำวิจารณ์แต่จะสอนให้ลูกได้เรียนรู้ว่าคำวิจารณ์พวกนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำและโตไปอย่าได้ทำแบบนี้คนอื่น” หลังจากเป้ยได้โพสต์ไป ได้มีแฟนๆ และเพื่อนๆ ลุง ป้า น้า อา ของน้องโปรด และน้องปาลิน เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันมากมาย ถึงความไม่เหมาะสมกับคำวิพากษ์วิจารณ์เด็กเช่นนั้น

เป้ย ปานวาด สุดจะทน ลูกๆถูกวิจารณ์แรงมาก แหมบทั้งบ้าน พ่อพันธุ์ไม่ดี

เป้ย ปานวาด สุดจะทน ลูกๆถูกวิจารณ์แรงมาก แหมบทั้งบ้าน พ่อพันธุ์ไม่ดี

เป้ย ปานวาด สุดจะทน ลูกๆถูกวิจารณ์แรงมาก แหมบทั้งบ้าน พ่อพันธุ์ไม่ดี

กาละแมร์ ชี้เเจงเรื่องดราม่าคลิปถูกตัดต่อไม่ต้องกลัวโควิด-19

           จากดราม่ากรณีคลิปของพิธีกรชื่อดัง กาละแมร์ พัชรศรี ที่พูดว่าเตือนว่าไม่ต้องตระหนกโควิด-19 เพราะไทยเรามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองมากมาย ซึ่งกลายเป็นกระแสที่เจ้าตัวถูกโจมตีกลับอย่างหนัก และถูกแชร์ออกไป จนล่าสุดกาละแมร์ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าวแล้ว ว่าคลิปดังกล่าวถูกตัดต่อให้เหลือเพียง 1 นาที จากคลิปความยาวเกือบชั่วโมงครึ่ง ซึ่งทำให้เกิดความเข้าใจผิดไปมาก

           ซึ่งคลิปจริงกาละแมร์ต้องการแชร์ประสบการณ์ในการดำเนินชีวิตในแฟนเพจตัวเอง ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม โดยหากทำให้เกิดความเข้าใจผิดต้องขอโทษและขออภัยจากใจ แต่ด้วยเจตนาไม่ได้มีความตั้งใจแบบนั้นจริงๆ

           และในประเด็นเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ กาละแมร์เชื่อว่าหลายคนมีสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและเป็นเรื่องส่วนบุคคลเราให้อิสระกันและกันเสมอ

           ส่วนสิ่งที่กาละแมร์บอกว่าห่วงที่สุด คือปากท้องคนไทยทุกคน อยากให้กำลังใจทุกคน สถานการณ์นี้กาละแมร์ก็บอกว่าเป็นคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน ตามภาพข้อความที่กาละแมร์ชี้แจงไว้ดังนี้

         “สวัสดีค่ะทุกท่านจากกรณีคลิปความยาว 1 ที่แชร์ในโซเชียลนั้น แมร์ขอชี้แจงดังนี้ค่ะ คลิปดังกล่าวมาจากคลิปที่แมร์ live ทาง Fanpage Kalamare เมื่อเย็นวันศุกร์ที่ 20 มีนาคม เป็นคลิปที่ถูกตัดให้เหลือแค่ 1นาที จากคลิปเต็มยาวเกือบ 1 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งพอถูกตัดตอนมาจึงทำให้เกิดความเข้าใจผิดไปมาก

           ในคลิปที่ถูกตัดมามีคำพูดที่ถูกจับไปเป็นประเด็นว่า แมร์บอกว่าไม่ต้องกลัวโควิด-19 เพราะเรามีสิ่งศักด์สิทธิ์คุ้มครอง ซึ่งเป็นผลทำให้เกิดความเข้าใจผิดนั้น แมร์ขอชี้แจงนะคะว่า ถ้าฟังเนื้อหาที่แมร์พูดก่อนหน้านั้นจะรู้ว่า แมร์กำลังแชร์ประสบการณ์ในการดำเนินชีวิต โดยต้องการสื่อสารไปที่แฟนเพจที่เป็นคนทำงานหรือทำธุรกิจที่ทำอาจจะท้อแท้ในตอนนี้อยู่ว่า อย่าเพิ่งหมดหวังให้ทำใจให้ดี มองหาโอกาสในวิกฤติให้เจอ…พวกเราจะต้องจับมือกันและสู้ไปด้วยกันค่ะ

           และในประเด็นเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แมร์เชื่อว่าหลายคนมีที่สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ ให้เรามีกำลังใจ และเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนบุคคลเราให้อิสระกันและกันเสมอค่ะ

            ย้ำอีกครั้งนะคะว่า หากสิ่งที่แมร์พูดและทำให้เกิดความเข้าใจผิดไปต้องขอโทษและขออภัยจากใจ แต่ด้วยเจตนาของแมร์ไม่ได้มีความตั้งใจแบบนั้นจริงๆ ค่ะ

           สิ่งที่แมร์ห่วงที่สุด คือปากท้องคนไทยทุกคน อยากให้กำลังใจทุกคน รวมทั้งคุณหมอ พยาบาล ุกอาชีพ ทุกคนที่ทำเพื่อสังคมตอนนี้ สถานการณ์นี้แมร์ก็เป็นคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน จึงหาวิธีทำตัวทำใจให้เบิกบาน ปรับการทำงานให้เราอยู่รอด และเล่าประสบการณ์ของเราผ่านโซเชียลมีเดียของเรา

 

แมทธิว ดีน ได้กำลังใจที่ดีจากน้องดีแลน ที่ส่งรูปชูสองนิ้วมาให้แล้วบอกว่าพ่อสู้ๆ

          หลังจากที่ แมทธิว ดีน เพิ่งออกมาโพสต์คลิปเล่าอัปเดตสภาพร่างกายและจิตใจ ขณะที่รักษาตัวเพราะติดเชื้อโควิด-19 ไปเมื่อวานนี้ (19 มี.ค.) หลังจากรักษาตัวมาประมาณ ุ6-7 วัน ซึ่งแมทธิวก็ยังรู้สึกกังวลกับการรอคอยที่ยังไม่มีคำตอบ เพราะโรคโควิด-19 ยังเป็นเรื่องที่ใหม่มากๆ สำหรับทุกคน

            และกำลังใจดีๆ ที่สุดก็คือในคนในครอบครัว ทั้งภรรยา ลิเดีย ศรัณย์รัชย์ ที่ยังคงนอนรักษาตัวเช่นเดียวกับแมทธิว และล่าสุด (20 มี.ค.) แมทธิวได้โพสต์ภาพของลูกชาย น้องดีแลน ที่ส่งรูปมาให้พ่อแมทธิว เป็นรูปที่ชูสองนิ้ว เห็นแบบนี้พ่อมีแรงสู้ๆ อีกเยอะเลยลูก

ณัฏฐ์ เทพหัสดิน เปิดเผยผลตรวจโควิด-19 หลังตกอยู่ในกลุ่มเสี่ยง

ยังต้องลุ้นกันต่อไป สำหรับ ณัฏฐ์ เทพหัสดิน หลังจากไปตรวจเชื่อโควิด-19 มาเมื่อวันจันทร์ (16 มี.ค.) ที่ผ่านมา เพราะเจ้าตัวเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 เนื่องจากได้ไปซ้อมมวยและเจอกับ แมทธิว ดีน เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ซึ่งจริงๆ แล้วต้องทราบผลตรวจแล้วว่าติดเชื้อโควิด-19 หรือไม่

แต่เพราะทางโรงพยาบาลแจ้งมาว่ามีผู้เข้ารับการตรวจเป็นจำนวนมากผลตรวจก็เลยล่าช้า และ ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ก็ได้อัปเดตบอกคนในโซเชียลที่เป็นห่วง ซึ่งจนถึงวันนี้ (18 มี.ค.) ก็กักตัวที่บ้านมาแล้ว 10 วัน และยังสบายดี ไม่มีไข้ ไม่ไอแห้ง ไม่มีอาการใดๆ ทั้งสิ้น รวมถึงเจ้าตัวยังออกกำลังกายต่อยมวยขณะกักตัวอยู่ที่บ้านด้วย

“อัปเดตครับ ยังรอผลตรวจจาก รพ. รามคำแหง อยู่นะครับ ผลยังไม่ออกเลย จริงๆควรจะออกตั้งแต่เมื่อวานแล้วแต่ รพ. ส่งข้อความมาแจ้งว่ามีความล่าช้าเพราะมีคนเข้าไปตรวจเยอะ เราก็รอไป กองถ่ายก็รอไป ทุกคนลุ้นกันอยู่ แต่ผมก็ยังสบายดีนะครับ ไม่มีไข้ ไม่ไอแห้ง ไม่มีอาการใดๆทั้งสิ้น ยังไงทราบผลแล้วจะรีบแจ้งทุกคนนะครับ #covid_19 #โควิด19 #โควิดเราต้องรอด #กักตัววันที่10″

และโพสต์ล่าสุดในอินสตาแกรม ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ได้ออกมาโชว์ผลตรวจพร้อมกับบอกว่าไม่พบเชื้อโควิด-19 และถึงจะโล่งใจไปหนึ่งเปราะแล้วแต่ก็จะกักตัวต่อให้ครบ 14 วัน

ผลออกแล้วนะครับสรุปตามนี้ครับ การตรวจหาเชื้อ COVID-19 ด้วยวิธี PCR ของคุณ ผลตรวจไม่พบเชื้อ อย่างไรก็ตามควรปฎิบัติตัวเพื่อป้องกันการรับและแพร่เชื้อในช่วงที่มีการระบาด

โล่งใจไปหนึ่งเปราะ แต่ผมก็จะกักตัวต่อให้ครบ 14 วันนะครับ (เริ่มวันที่ 8 ถึงวันที่ 22 มีนาคม) เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงให้กับทั้งตัวเองและผู้อื่นด้วยครับ
ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงนะครับ #โควิด19 #covid_19 #โควิดเราต้องรอด #theresultcameoutundetectable

ณัฏฐ์ เทพหัสดิน เปิดเผยผลตรวจโควิด-19 หลังตกอยู่ในกลุ่มเสี่ยง

ณัฏฐ์ เทพหัสดิน เปิดเผยผลตรวจโควิด-19 หลังตกอยู่ในกลุ่มเสี่ยง

ใบเตย ดีเจแมน เผยได้ลูกสาว ตั้งชื่อเพราะมากไม่เหมือนใครเลยจิงๆ

            หลังแต่งงานก็ยิ่งน่ารักและยิ่งรู้ว่ากำลังจะได้เป็นพ่อแม่คน ดีเจแมน กับภรรยา ใบเตย อาร์สยาม ก็ตื่นเต้นกันมากในการไปพบคุณหมออัลตร้าซาวด์ลูกน้อยในท้องแต่ละครั้ง ว่าจะมีพัฒนาการไปถึงไหนแล้ว โดยเฉพาะคุณพ่ออย่าง ดีเจแมน ที่ลุ้นเหลือเกินเพราะอยากได้ลูกชายมากๆ แต่ก็โอเคถ้าได้ลูกสาวเพราะยังไงก็รัก

            และคลิปล่าสุดในเทปรายการสรวนซิสเตอร์ กับการเฉลยเพศลูกของ ใบเตย ครั้งแรก กับการไปตรวจครรภ์ที่ตอนนี้ 4 เดือนแล้ว และผลที่ออกมาคุณหมอบอกว่าได้ลูกสาว ทำเอาคุณแม่ดีใจมาก ส่วนคุณพ่อถึงกับบอกว่าพร้อมจะมีคนที่ 2 แต่ที่ดีใจมากกว่านั้น ดีเจแมน บอกว่า ดีใจที่ลูกแข็งแรง

             และหลังจากเฉลยแล้ว ก็ได้บอกว่าตั้งชื่อลูกสาวไว้แล้วว่า “น้องเวทมนต์” โดยล่าสุด (17 มี.ค.) ดีเจแมน เพิ่งโพสต์รูปคู่ใบเตย พร้อมกับแคปชั่นว่า “อีก 5 เดือนเจอกันนะ ลูกสาวพ่อ ด.ญ. (เวทมนต์) ดั่งต้องมนตร์ตรา กุญชร ณ อยุธยา”

ใบเตย ดีเจแมน เผยได้ลูกสาว ตั้งชื่อเพราะมากไม่เหมือนใครเลยจิงๆ

ใบเตย ดีเจแมน เผยได้ลูกสาว ตั้งชื่อเพราะมากไม่เหมือนใครเลยจิงๆ

อัปเดตผลตรวจโรคโควิด-19 ของน้องดีแลน-น้องเดมี่ ลูกของแมทธิว-ลิเดีย

         หัวอกคนเป็นพ่อแม่ อย่าง ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ ที่ก่อนหน้านี้สามี แมทธิว ดีน เพิ่งตรวจพบไปว่าติดเชื้อโควิด-19 และทุกคนในครอบครัวที่ต้องเฝ้าะวังกันต่อไป นอกจากจะต้องแยกและกักตัวเองกันแล้ว คนที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดก็คือลูกๆ น้องดีแลน ลูกชายคนโต และ น้องเดมี่ ลูกสาวคนเล็ก

           ซึ่งก่อนหน้านี้ลิเดีย ได้ออกมาอัปเดตไปแล้วว่า ทั้งตนเองและลูกๆ ไม่มีอาการป่วย ไม่มีไข้ ทุกคนยังปกติดี รวมถึงได้เดินทางไปตรวจเชื้อโควิด-19 แล้ว เมื่อวันที่ 14 มี.ค. และล่าสุดลิเดียก็ได้ออกมาอัปเดตผลตรวจแล้วว่า

            ลิเดีย ตรวจพบเชื้อโควิด-19 เนื่องจากติดมาจากแมทธิว ส่วนลูกๆ ทั้งสองนั้น น้องดีแลน ตรวจแล้วผลเป็นลบ ไม่พบเชื้อโควิด-19 ส่วน น้องเดมี่ ยังไม่ได้ตรวจ เพราะลิเดียเกรงว่าลูกสาวจะรับเชื้อจากข้างนอก

            ซึ่งตอนนี้ทั้งสองคนอาการปกติ ร่าเริง เล่น กิน นอน แข็งแรงดีค่ะ รอเฝ้าดูอาการต่อไปเป็นกำลังใจให้ แมทธิว-ลิเดีย หายเร็วๆ กลับมาเป็นพร้อมหน้ากันอีกครั้ง มีแต่คนภาวขอให้เด็กๆ ไม่ติดเชื้อโควิด-19 ไปด้วย

 

 

 

มดดำ คชาภา โพสต์กล่าวยืนยันว่าไม่ได้กักตัว เรื่องข่าวโควิด-19

          ในกรณีที่ดาราหลายๆคนได้ทยอยไปตรวจโควิด-19 เนื่องจากได้ใกล้ชิดกับ แมทธิว ดีน ที่ตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 ไปเมื่อวันที่ 13 มี.ค.และมีข่าวว่ามีชื่อของพิธีกรชื่อดัง มดดำ คชาภา ถูกกักตัวด้วยนั้น

           ล่าสุด มดดำ คชาภา ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงในอินสตาแกรมส่วนตัวว่าไม่ได้ถูกกักตัวแต่อย่างใด เพราะยังไม่ได้เจอใครเลย ระบายว่าปีนี้เป็นปีชงของตนเองจริงๆ

          “อ้าวทำไมเราโดนกักตัวคะ ไม่กักตัวคะ ไม่ได้ไปเจอใครมาคะ วันๆอยู่แต่studio คะ บ้าป่าว ยังไม่ได้เจอใครเลย โอ้ย เจอแต่ข่าว ปีชงของกูจริงๆ เดี๋ยวก็โดนฟ้อง วันนี้ มันให้กักตัว อีบ้า กูไม่กัก”

            เป็นอันเคลียร์ชัดว่ามดดำ ไม่ได้ถูกกักตัวเพราะไม่ได้ใกล้ชิด แมทธิว ดีน แต่อย่างใด พร้อมกันนี้ยังมีผู้ประกาศข่าวสาว หมวย อริสรา ที่เข้ามาคอมเมนต์ขอโทษด้วยอีกครั้งว่า “ขอโทษคุณมดดำอีกครั้งด้วยนะคะ”

มดดำ คชาภา โพสต์กล่าวยืนยันว่าไม่ได้กักตัว เรื่องข่าวโควิด-19

ตั๊ก มยุรา พึ่งเคยเจอ นางเอกเทกอง ขวัญ รีบเข้ามาขอโทษ

           อยู่ในเหตุการณ์นางเอกเทกองละคร จนทำเอาทุกฝ่ายปั่นป่วน สำหรับนักแสดงรุ่นใหญ่ ตั๊ก มยุรา เศวตศิลา ล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาเผยถึงเรื่องราวในวันดังกล่าวให้สื่อมวลชนได้ฟังเป็นครั้งแรกว่า รู้สึกงงเหมือนกัน เพราะตั้งแต่ทำงานในวงการบันเทิงมานานก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เลย

           ทั้งนี้ ตั๊ก มยุรา ยังได้เผยต่อว่า เพิ่งมีโอกาสได้เจอนางเอกสาว ขวัญ อุษามณี เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา โดยอีกฝ่ายก็ได้เดินเข้ามาขอโทษด้วยตัวเองที่ทำให้เสียเวลา ซึ่งส่วนตัวคิดว่าเรื่องมันผ่านไปแล้วก็ให้แล้วไป

ก่อนหน้านี้ที่มีข่าวนางเอกเทกอง เราอยู่ในหนึ่งในเหตุการณ์นั้น ?
“พี่อยากจะบอกว่าพี่พูดอะไรมากไม่ได้ วันนั้นพี่อยู่ตรงนั้นจริงๆ ก็ไม่เป็นไร ก็ให้มาก็มา เล่นเราก็ถ่ายไป แล้วผู้กำกับบอกว่านางเอกกลับไปแล้ว ต้องขอโทษพี่ วันนี้ต้องยกกองกลับเหรอ ก็ให้มาก็มา ให้กลับก็กลับ วันนั้นมีคนมาสัมภาษณ์พี่ว่าพี่อยากรู้ไหม ตอนนั้นอยากรู้ แต่ตอนนี้ไม่อยากรู้แล้ว ว่ามันเป็นเรื่องอะไร พี่ก็บอกว่าถ้ามีอะไรก็ไปรบกวนคุยกับพี่ฉอด เพราะพี่เป็นผู้ใหญ่แล้ว พี่เป็นนักแสดง จะไปตัดสินใครไม่ได้นะคะ”

ยอมรับว่าเราก็ งงๆ ?
“ตอนแรก งงๆ ต้อง งง อยู่แล้วนะคะ เพราะเราต้องไปไกลขนาดนั้น และเราก็ยังไม่เคยเจอนะคะ ส่วนมากเราได้ทำงานกัน ก็งง แต่ตอนนี้รู้สึกน้องให้สัมภาษณ์ไปหลายที่แล้ว ก็ไม่งงแล้วค่ะ น้องมาขอโทษเหมือนกันสองวันก่อน เจอกันโดยบังเอิญ”

น้องเขามาขอโทษตรงๆ เลย ?
“มาขอโทษว่าวันนั้นทำให้เสียเวลา ก็ไม่เป็นไร ก็ทำไงได้”

ตั้งแต่เราอยู่ในวงการ ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ?
“ไม่เคยเจอ มีแต่ป่วยกะทันหัน ลากกันส่งโรงพยาบาล อันนั้นเป็นเคส

อย่างวันนั้นในกองทีมงานวุ่นวายไหม ?
“ไม่นะ แต่ว่ากองก็ใหญ่ คือกองละคร มีทุกอย่างปกติ ละครถ่ายทีเซอร์ พี่ถ่ายไปแล้ว พี่ก็จำได้ว่าพี่พูดอะไรบ้าง ก็ถ่ายไปเสร็จแล้ว ก็ต้องจบไปนะคะ แต่ตอนนั้น งง แต่ถามว่าโกรธไหม ไม่โกรธ พี่มีความรู้สึก ไม่ได้มองโลกสวย ไม่ใช่นะ ทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง แต่เหตุผลคืออะไร บางทีเราอย่าไปตัดสินว่าเธอเป็นแบบนั้น เป็นแบบนี้ ไม่ได้ เพราะบางทีพูดไปอาจจะมีการต่อยอด หลังจากวันนั้นมีคนมาถามพี่เยอะ พี่ก็เลือกว่าพี่ไม่อยากรู้ ให้ทีมงานและกองละครตัดสินเองละกัน พี่ก็กลับบ้าน สมมุติว่าไม่มีวันนี้เกิดขึ้น ก็จบแล้ว มันก็แฮปปี้แล้ว อยู่ที่ความคิด”

วันนั้นเราหน้าผม พร้อมแล้ว ?
“อุ้ย… เสร็จเรียบร้อย แบบนี้เลย ไปถ่ายเรียบร้อยแล้ว ก็จะต้องกลับมาอีกครั้ง แต่จะกลับมาเมื่อไหร่ ตอนนี้ไม่รู้”

มันจะกระทบคิวในระยะยาวเราไหม ?
“รู้สึกจะเลื่อนยาวเลยแหละ ถามพี่ฉอด แต่ว่าก็โอเค”

พี่ตั๊กไม่คิดถอนตัว ?
“อ่อไม่ๆ ไม่ถอนนะคะ เพราะพี่เชื่อมั่น ทางผู้จัด ทางพี่ฉอด อย่างที่บอกพี่ก็รักที่นี้ ทำงานร่วมกันได้ดี พี่ฉอดก็เป็นคนน่ารัก เพราะงั้นถ้าจะเปลี่ยนเรื่อง เปลี่ยนทีม พี่โอเค ไม่มีปัญหา เราก็รับ เพราะเราเป็นคนทำงาน นี่คืออาชีพของเรา เราจะไปเยอะแยะ วุ่นเวอร์ คงไม่ใช่ ยังไงก็ยอมรับโดยดุษฎี”

เรื่องคิวของเราไม่มีปัญหา ที่กองเลื่อน ?
“จริงๆ ก็แอบดีเหมือนกัน อุ้ย… ดีใจเหมือนกัน เพราะโล่งๆ ไปนิด เพราะไม่งั้นพี่จะแน่นมาก พี่ไม่สามารถรับละครพร้อมกัน 2 เรื่องได้ แต่ก็อยากเล่น”

เวียร์ ทนคิดถึง เบลล่าไม่ไหว โพสต์รูปลงไอจี ว่าคิดถึงคนนี้

           เพราะความคิดถึงมันห้ามกันไม่ไหวจิงๆ สงสัยจะเป็นกับคู่นี้อีกหนึ่งคู่ เมื่อจู่ๆ พระเอกหนุ่ม เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ ได้โพสต์รูปภาพนางเอกสาว เบลล่า-ราณี แคมเปน พร้อมแคปชั่นสุดตรง ประกาศกลางอินสตาแกรมส่วนตัวทำให้รับรู้ได้ว่าคงจะคิดถึงหวานใจคนนี้แบบสุดๆ

            คิดถึงคนนี้!!! ช่วงนี้ก็เที่ยวบ้านเราเนอะ พักผ่อน ใช้ชีวิตให้มีความสุข ดูแลสุขภาพ… เวลานี้ละที่เราจะกลับมาทบทวนตัวเอง ความสุขมันอยู่รอบตัวเราทุกวินาทีอยู่แล้ว มองให้เห็น หาให้เจอ แล้วใช้เวลากับมัน ชีวิตเราง่ายนิดเดียว เปิดใจ มองภาพใหญ่ แล้วคุณก็จะเห็น เหมือนที่ลุงเห็นนะ ฝันดีครับ #filmphotography #เจแปนกับฉันกฎข้อแรกก็คือห้ามทิ้ง”

            ซึ่งในก่อนหน้านี้ เบลล่า ราณี เคยได้ออกมาให้สัมภาษณ์แล้วว่า ช่วงหลังนี้อาจจะต้องห่างๆ กันหน่อย เนื่องจากติดถ่ายละครอย่างหนักหน่วงทั้งคู่ อีกทั้งเวลาเจอก็น้อยลงเพราะว่างไม่ค่อยตรงกัน แต่ความสัมพันธ์ยังมั่นคง ไม่มีกระทบแน่นอน ฟันธงได้จากโพสต์นี้ของหนุ่มเวียร์เลยจ้า

 

เวียร์ ทนคิดถึง เบลล่าไม่ไหว โพสต์รูปลงไอจี ว่าคิดถึงคนนี้

เจี๊ยบ พิจิตตรา เปิดเผยความในใจความรู้สึกในวันที่ปลดหนี้ 50 ล้าน สำเร็จ!

            เหมือนจะสบายเลยความทุข์ในใจ สำหรับนักแสดงสาว เจี๊ยบ พิจิตตรา สิริเวชชะพันธ์ เมื่อภาระหนี้สินกว่า 50 ล้านบาท ที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ไฟไหม้ร้านอาหารได้ถูกผ่อนชำระจนหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่เธอและสามี บอย-อนุวัฒน์ สงวนศักดิ์ภักดี หรือ บอย พีซเมคเกอร์ กุมมือกันฝ่ามรสุมใช้หนี้ก้อนนี้ร่วมกันมานานกว่า 5 ปีเต็ม

            โดย เจี๊ยบ พิจิตตรา ได้เปิดใจกับกองทัพสื่อในงานบวงสรวงละคร ฟ้ามีตะวัน และ เจาะเวลาหาผู้ใหญ่ ของค่าย มงคลดี โปรดักชั่น ว่า ตอนนี้เธอและหนุ่มบอยรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมากที่ในที่สุดก็สามารถเคลียร์หนี้ได้สำเร็จ ส่วนแพลนเรื่องทายาท เจี๊ยบ พิจิตตรา เผยว่า เธอและสามีได้เริ่มเปิดอู่ด้วยวิธีธรรมชาติแล้ว แต่จะมีข่าวดีให้ได้ยินเมื่อไหร่นั้น ณ ตอนนี้คงยังให้คำตอบไม่ได้ เพราะไม่อยากกดดันความรู้สึกตัวเอง

ทราบข่าวมาว่าตอนนี้หนี้ที่เราเคยมีถูกเคลียร์หมดแล้ว ?
“ถ้าเป็นในส่วนของเรื่องไฟไหม้ ก็…หมดไปแล้วค่ะ เราโปะจนหมดแล้ว (ยิ้ม) ส่วนที่เหลือก็จะเป็นพวกการผ่อนเรือนหออะไรประมาณนั้นแล้ว เป็นทรัพย์สินปกติค่ะ”

ใช้เวลานานไหมสำหรับหนี้ก่อนนี้ ?
“ก็เริ่มตั้งแต่ไฟไหม้เลยค่ะ ประมาณ 4-5 ปี”

ทั้งหมดที่ใช้ไปเป็นเงินจำนวนประมาณเท่าไหร่ ?
“ถ้ารวมดอกเบี้ยรวมอะไรต่างๆ ด้วย ก็น่าจะประมาณ 50 ล้านบาทค่ะ เพราะมันต้องทบไปทบมาอะไรประมาณนั้น”

รู้สึกยังไงบ้างตอนนี้หนี้ก้อนใหญ่ถูกเคลียร์แล้ว ?
“โล่งเลยค่ะ (ยิ้ม) กอดคอกันสบายใจแล้วค่ะตอนนี้ จากนี้ไปเราก็เหลือแค่หนี้ทรัพย์สินที่คนปกติเขามีกัน บ้าน รถ ต่างๆ ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติแล้วค่ะ สบายใจขึ้น ได้จัดสรรอะไรที่เป็นของเรา”

ก่อนหน้านี้กดดันมากไหมเพราะตัวเลขหนี้มันใหญ่มาก ?
“เมื่อก่อนกดดันมากค่ะเพราะว่าดอกเบี้ยมันเดินทุกวันอะค่ะ และเราก็ต้องรู้ด้วยว่าเดือนนี้เรามีเงินเท่าไหร่ เดือนต่อไปเราต้องมีเงินเท่าไหร่ ซึ่งเดี๋ยวนี้บางทีดอกเบี้ยมันไม่ได้เท่ากันทุกเดือน มันก็เลยต้องฮึดนิดหนึ่งค่ะในส่วนนั้น”

ตอนที่ผ่อนหมดแล้วกอดคอกันร้องไห้เลยไหม ?
“ร้องไปหลายสเต็ปแล้วค่ะ (หัวเราะ) ก็หลายรอบเนอะ ตอนมีเงินก้อนไปเอาบ้านออกก็นิดหนึ่งค่ะ ร้องไห้กันทั้งคู่”

ตอนนี้โล่งใจแล้วเนอะ ?
“โล่งแล้วค่ะ จริงๆ เริ่มตั้งแต่ต้นปีก็รู้สึกโล่งขึ้นเยอะมากนะ เหมือนเราจัดสรรเงินถูกว่าอนาคตเราจะวางแผนยังไง ธุรกิจจะเป็นยังไง คือมันไม่ได้เครียดมาก”

มีไปฉลองไหมในวันที่ทุกอย่างจบแล้ว ?
“แค่กินข้าวกันตามปกติค่ะ และก็ของขวัญวันเกิดปีที่แล้วก็คือบ้านนี่แหละค่ะที่คุณบอยเอากลับมาได้แล้ว เพราะตอนแรกที่คุยกับธนาคารเหมือนเขาจะไม่ให้เพราะเงินมันค่อนข้างก้อนใหญ่ แต่พอโปะไปโปะมาเหมือนธนาคารเขาก็เห็นใจ (หัวเราะ)”

บอยดีใจขนาดไหนกับความสำเร็จครั้งนี้ ?
“รายนั้นเขาดีใจมากค่ะเพราะว่าเรือนหอเราสร้างกันมานานมากแล้ว สร้างก่อนแต่งงานอีก แต่สุดท้ายก็ต้องพักไป และพอตอนนี้เหมือนเราได้มันกลับมาเขาก็เลยดีใจ”

หนี้หมดแล้ว เริ่มคิดเรื่องลูกหรือยัง ?
“ปรึกษาคุณหมอแล้วค่ะ ซึ่งคุณหมอก็บอกว่าอยากให้ปล่อยตามธรรมชาติไปก่อน แต่จริงๆ เราก็แอบมีระยะเวลาของเราเหมือนกันว่าแค่ไหนถึงจะพอ เพราะว่าเราก็อายุไม่ได้น้อยๆแล้ว”

แสดงว่าจะไม่พึ่งวิธีทางวิทยาศาสตร์แน่นอนเพราะกังวลเรื่องผลกระทบ ?
“ใช่ค่ะ ก็คือตอนที่เจี๊ยบรักษาช็อกโกแลตซีสต์เจี๊ยบ ร่างกายของเจี๊ยบมันมีผลกระทบเกิดขึ้นเยอะมาก ทั้งตัวบม ผมร่วง หลายอย่างค่ะ คุณหมอก็เลยบอกว่าจริงๆ แล้วผลตรวจร่างกายของเราสองคนดีหมดเลยนะ จากนี้ก็ขึ้นอยู่กับน้องแล้วว่าเขาจะมาไหม”