ณัฏฐ์ เทพหัสดิน เปิดเผยผลตรวจโควิด-19 หลังตกอยู่ในกลุ่มเสี่ยง

ยังต้องลุ้นกันต่อไป สำหรับ ณัฏฐ์ เทพหัสดิน หลังจากไปตรวจเชื่อโควิด-19 มาเมื่อวันจันทร์ (16 มี.ค.) ที่ผ่านมา เพราะเจ้าตัวเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 เนื่องจากได้ไปซ้อมมวยและเจอกับ แมทธิว ดีน เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ซึ่งจริงๆ แล้วต้องทราบผลตรวจแล้วว่าติดเชื้อโควิด-19 หรือไม่

แต่เพราะทางโรงพยาบาลแจ้งมาว่ามีผู้เข้ารับการตรวจเป็นจำนวนมากผลตรวจก็เลยล่าช้า และ ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ก็ได้อัปเดตบอกคนในโซเชียลที่เป็นห่วง ซึ่งจนถึงวันนี้ (18 มี.ค.) ก็กักตัวที่บ้านมาแล้ว 10 วัน และยังสบายดี ไม่มีไข้ ไม่ไอแห้ง ไม่มีอาการใดๆ ทั้งสิ้น รวมถึงเจ้าตัวยังออกกำลังกายต่อยมวยขณะกักตัวอยู่ที่บ้านด้วย

“อัปเดตครับ ยังรอผลตรวจจาก รพ. รามคำแหง อยู่นะครับ ผลยังไม่ออกเลย จริงๆควรจะออกตั้งแต่เมื่อวานแล้วแต่ รพ. ส่งข้อความมาแจ้งว่ามีความล่าช้าเพราะมีคนเข้าไปตรวจเยอะ เราก็รอไป กองถ่ายก็รอไป ทุกคนลุ้นกันอยู่ แต่ผมก็ยังสบายดีนะครับ ไม่มีไข้ ไม่ไอแห้ง ไม่มีอาการใดๆทั้งสิ้น ยังไงทราบผลแล้วจะรีบแจ้งทุกคนนะครับ #covid_19 #โควิด19 #โควิดเราต้องรอด #กักตัววันที่10″

และโพสต์ล่าสุดในอินสตาแกรม ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ได้ออกมาโชว์ผลตรวจพร้อมกับบอกว่าไม่พบเชื้อโควิด-19 และถึงจะโล่งใจไปหนึ่งเปราะแล้วแต่ก็จะกักตัวต่อให้ครบ 14 วัน

ผลออกแล้วนะครับสรุปตามนี้ครับ การตรวจหาเชื้อ COVID-19 ด้วยวิธี PCR ของคุณ ผลตรวจไม่พบเชื้อ อย่างไรก็ตามควรปฎิบัติตัวเพื่อป้องกันการรับและแพร่เชื้อในช่วงที่มีการระบาด

โล่งใจไปหนึ่งเปราะ แต่ผมก็จะกักตัวต่อให้ครบ 14 วันนะครับ (เริ่มวันที่ 8 ถึงวันที่ 22 มีนาคม) เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงให้กับทั้งตัวเองและผู้อื่นด้วยครับ
ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงนะครับ #โควิด19 #covid_19 #โควิดเราต้องรอด #theresultcameoutundetectable

ณัฏฐ์ เทพหัสดิน เปิดเผยผลตรวจโควิด-19 หลังตกอยู่ในกลุ่มเสี่ยง

ณัฏฐ์ เทพหัสดิน เปิดเผยผลตรวจโควิด-19 หลังตกอยู่ในกลุ่มเสี่ยง

อัปเดตผลตรวจโรคโควิด-19 ของน้องดีแลน-น้องเดมี่ ลูกของแมทธิว-ลิเดีย

         หัวอกคนเป็นพ่อแม่ อย่าง ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ ที่ก่อนหน้านี้สามี แมทธิว ดีน เพิ่งตรวจพบไปว่าติดเชื้อโควิด-19 และทุกคนในครอบครัวที่ต้องเฝ้าะวังกันต่อไป นอกจากจะต้องแยกและกักตัวเองกันแล้ว คนที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดก็คือลูกๆ น้องดีแลน ลูกชายคนโต และ น้องเดมี่ ลูกสาวคนเล็ก

           ซึ่งก่อนหน้านี้ลิเดีย ได้ออกมาอัปเดตไปแล้วว่า ทั้งตนเองและลูกๆ ไม่มีอาการป่วย ไม่มีไข้ ทุกคนยังปกติดี รวมถึงได้เดินทางไปตรวจเชื้อโควิด-19 แล้ว เมื่อวันที่ 14 มี.ค. และล่าสุดลิเดียก็ได้ออกมาอัปเดตผลตรวจแล้วว่า

            ลิเดีย ตรวจพบเชื้อโควิด-19 เนื่องจากติดมาจากแมทธิว ส่วนลูกๆ ทั้งสองนั้น น้องดีแลน ตรวจแล้วผลเป็นลบ ไม่พบเชื้อโควิด-19 ส่วน น้องเดมี่ ยังไม่ได้ตรวจ เพราะลิเดียเกรงว่าลูกสาวจะรับเชื้อจากข้างนอก

            ซึ่งตอนนี้ทั้งสองคนอาการปกติ ร่าเริง เล่น กิน นอน แข็งแรงดีค่ะ รอเฝ้าดูอาการต่อไปเป็นกำลังใจให้ แมทธิว-ลิเดีย หายเร็วๆ กลับมาเป็นพร้อมหน้ากันอีกครั้ง มีแต่คนภาวขอให้เด็กๆ ไม่ติดเชื้อโควิด-19 ไปด้วย

 

 

 

มดดำ คชาภา โพสต์กล่าวยืนยันว่าไม่ได้กักตัว เรื่องข่าวโควิด-19

          ในกรณีที่ดาราหลายๆคนได้ทยอยไปตรวจโควิด-19 เนื่องจากได้ใกล้ชิดกับ แมทธิว ดีน ที่ตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 ไปเมื่อวันที่ 13 มี.ค.และมีข่าวว่ามีชื่อของพิธีกรชื่อดัง มดดำ คชาภา ถูกกักตัวด้วยนั้น

           ล่าสุด มดดำ คชาภา ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงในอินสตาแกรมส่วนตัวว่าไม่ได้ถูกกักตัวแต่อย่างใด เพราะยังไม่ได้เจอใครเลย ระบายว่าปีนี้เป็นปีชงของตนเองจริงๆ

          “อ้าวทำไมเราโดนกักตัวคะ ไม่กักตัวคะ ไม่ได้ไปเจอใครมาคะ วันๆอยู่แต่studio คะ บ้าป่าว ยังไม่ได้เจอใครเลย โอ้ย เจอแต่ข่าว ปีชงของกูจริงๆ เดี๋ยวก็โดนฟ้อง วันนี้ มันให้กักตัว อีบ้า กูไม่กัก”

            เป็นอันเคลียร์ชัดว่ามดดำ ไม่ได้ถูกกักตัวเพราะไม่ได้ใกล้ชิด แมทธิว ดีน แต่อย่างใด พร้อมกันนี้ยังมีผู้ประกาศข่าวสาว หมวย อริสรา ที่เข้ามาคอมเมนต์ขอโทษด้วยอีกครั้งว่า “ขอโทษคุณมดดำอีกครั้งด้วยนะคะ”

มดดำ คชาภา โพสต์กล่าวยืนยันว่าไม่ได้กักตัว เรื่องข่าวโควิด-19

ตั๊ก มยุรา พึ่งเคยเจอ นางเอกเทกอง ขวัญ รีบเข้ามาขอโทษ

           อยู่ในเหตุการณ์นางเอกเทกองละคร จนทำเอาทุกฝ่ายปั่นป่วน สำหรับนักแสดงรุ่นใหญ่ ตั๊ก มยุรา เศวตศิลา ล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาเผยถึงเรื่องราวในวันดังกล่าวให้สื่อมวลชนได้ฟังเป็นครั้งแรกว่า รู้สึกงงเหมือนกัน เพราะตั้งแต่ทำงานในวงการบันเทิงมานานก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เลย

           ทั้งนี้ ตั๊ก มยุรา ยังได้เผยต่อว่า เพิ่งมีโอกาสได้เจอนางเอกสาว ขวัญ อุษามณี เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา โดยอีกฝ่ายก็ได้เดินเข้ามาขอโทษด้วยตัวเองที่ทำให้เสียเวลา ซึ่งส่วนตัวคิดว่าเรื่องมันผ่านไปแล้วก็ให้แล้วไป

ก่อนหน้านี้ที่มีข่าวนางเอกเทกอง เราอยู่ในหนึ่งในเหตุการณ์นั้น ?
“พี่อยากจะบอกว่าพี่พูดอะไรมากไม่ได้ วันนั้นพี่อยู่ตรงนั้นจริงๆ ก็ไม่เป็นไร ก็ให้มาก็มา เล่นเราก็ถ่ายไป แล้วผู้กำกับบอกว่านางเอกกลับไปแล้ว ต้องขอโทษพี่ วันนี้ต้องยกกองกลับเหรอ ก็ให้มาก็มา ให้กลับก็กลับ วันนั้นมีคนมาสัมภาษณ์พี่ว่าพี่อยากรู้ไหม ตอนนั้นอยากรู้ แต่ตอนนี้ไม่อยากรู้แล้ว ว่ามันเป็นเรื่องอะไร พี่ก็บอกว่าถ้ามีอะไรก็ไปรบกวนคุยกับพี่ฉอด เพราะพี่เป็นผู้ใหญ่แล้ว พี่เป็นนักแสดง จะไปตัดสินใครไม่ได้นะคะ”

ยอมรับว่าเราก็ งงๆ ?
“ตอนแรก งงๆ ต้อง งง อยู่แล้วนะคะ เพราะเราต้องไปไกลขนาดนั้น และเราก็ยังไม่เคยเจอนะคะ ส่วนมากเราได้ทำงานกัน ก็งง แต่ตอนนี้รู้สึกน้องให้สัมภาษณ์ไปหลายที่แล้ว ก็ไม่งงแล้วค่ะ น้องมาขอโทษเหมือนกันสองวันก่อน เจอกันโดยบังเอิญ”

น้องเขามาขอโทษตรงๆ เลย ?
“มาขอโทษว่าวันนั้นทำให้เสียเวลา ก็ไม่เป็นไร ก็ทำไงได้”

ตั้งแต่เราอยู่ในวงการ ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ?
“ไม่เคยเจอ มีแต่ป่วยกะทันหัน ลากกันส่งโรงพยาบาล อันนั้นเป็นเคส

อย่างวันนั้นในกองทีมงานวุ่นวายไหม ?
“ไม่นะ แต่ว่ากองก็ใหญ่ คือกองละคร มีทุกอย่างปกติ ละครถ่ายทีเซอร์ พี่ถ่ายไปแล้ว พี่ก็จำได้ว่าพี่พูดอะไรบ้าง ก็ถ่ายไปเสร็จแล้ว ก็ต้องจบไปนะคะ แต่ตอนนั้น งง แต่ถามว่าโกรธไหม ไม่โกรธ พี่มีความรู้สึก ไม่ได้มองโลกสวย ไม่ใช่นะ ทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง แต่เหตุผลคืออะไร บางทีเราอย่าไปตัดสินว่าเธอเป็นแบบนั้น เป็นแบบนี้ ไม่ได้ เพราะบางทีพูดไปอาจจะมีการต่อยอด หลังจากวันนั้นมีคนมาถามพี่เยอะ พี่ก็เลือกว่าพี่ไม่อยากรู้ ให้ทีมงานและกองละครตัดสินเองละกัน พี่ก็กลับบ้าน สมมุติว่าไม่มีวันนี้เกิดขึ้น ก็จบแล้ว มันก็แฮปปี้แล้ว อยู่ที่ความคิด”

วันนั้นเราหน้าผม พร้อมแล้ว ?
“อุ้ย… เสร็จเรียบร้อย แบบนี้เลย ไปถ่ายเรียบร้อยแล้ว ก็จะต้องกลับมาอีกครั้ง แต่จะกลับมาเมื่อไหร่ ตอนนี้ไม่รู้”

มันจะกระทบคิวในระยะยาวเราไหม ?
“รู้สึกจะเลื่อนยาวเลยแหละ ถามพี่ฉอด แต่ว่าก็โอเค”

พี่ตั๊กไม่คิดถอนตัว ?
“อ่อไม่ๆ ไม่ถอนนะคะ เพราะพี่เชื่อมั่น ทางผู้จัด ทางพี่ฉอด อย่างที่บอกพี่ก็รักที่นี้ ทำงานร่วมกันได้ดี พี่ฉอดก็เป็นคนน่ารัก เพราะงั้นถ้าจะเปลี่ยนเรื่อง เปลี่ยนทีม พี่โอเค ไม่มีปัญหา เราก็รับ เพราะเราเป็นคนทำงาน นี่คืออาชีพของเรา เราจะไปเยอะแยะ วุ่นเวอร์ คงไม่ใช่ ยังไงก็ยอมรับโดยดุษฎี”

เรื่องคิวของเราไม่มีปัญหา ที่กองเลื่อน ?
“จริงๆ ก็แอบดีเหมือนกัน อุ้ย… ดีใจเหมือนกัน เพราะโล่งๆ ไปนิด เพราะไม่งั้นพี่จะแน่นมาก พี่ไม่สามารถรับละครพร้อมกัน 2 เรื่องได้ แต่ก็อยากเล่น”

เวียร์ ทนคิดถึง เบลล่าไม่ไหว โพสต์รูปลงไอจี ว่าคิดถึงคนนี้

           เพราะความคิดถึงมันห้ามกันไม่ไหวจิงๆ สงสัยจะเป็นกับคู่นี้อีกหนึ่งคู่ เมื่อจู่ๆ พระเอกหนุ่ม เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ ได้โพสต์รูปภาพนางเอกสาว เบลล่า-ราณี แคมเปน พร้อมแคปชั่นสุดตรง ประกาศกลางอินสตาแกรมส่วนตัวทำให้รับรู้ได้ว่าคงจะคิดถึงหวานใจคนนี้แบบสุดๆ

            คิดถึงคนนี้!!! ช่วงนี้ก็เที่ยวบ้านเราเนอะ พักผ่อน ใช้ชีวิตให้มีความสุข ดูแลสุขภาพ… เวลานี้ละที่เราจะกลับมาทบทวนตัวเอง ความสุขมันอยู่รอบตัวเราทุกวินาทีอยู่แล้ว มองให้เห็น หาให้เจอ แล้วใช้เวลากับมัน ชีวิตเราง่ายนิดเดียว เปิดใจ มองภาพใหญ่ แล้วคุณก็จะเห็น เหมือนที่ลุงเห็นนะ ฝันดีครับ #filmphotography #เจแปนกับฉันกฎข้อแรกก็คือห้ามทิ้ง”

            ซึ่งในก่อนหน้านี้ เบลล่า ราณี เคยได้ออกมาให้สัมภาษณ์แล้วว่า ช่วงหลังนี้อาจจะต้องห่างๆ กันหน่อย เนื่องจากติดถ่ายละครอย่างหนักหน่วงทั้งคู่ อีกทั้งเวลาเจอก็น้อยลงเพราะว่างไม่ค่อยตรงกัน แต่ความสัมพันธ์ยังมั่นคง ไม่มีกระทบแน่นอน ฟันธงได้จากโพสต์นี้ของหนุ่มเวียร์เลยจ้า

 

เวียร์ ทนคิดถึง เบลล่าไม่ไหว โพสต์รูปลงไอจี ว่าคิดถึงคนนี้

เจี๊ยบ พิจิตตรา เปิดเผยความในใจความรู้สึกในวันที่ปลดหนี้ 50 ล้าน สำเร็จ!

            เหมือนจะสบายเลยความทุข์ในใจ สำหรับนักแสดงสาว เจี๊ยบ พิจิตตรา สิริเวชชะพันธ์ เมื่อภาระหนี้สินกว่า 50 ล้านบาท ที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ไฟไหม้ร้านอาหารได้ถูกผ่อนชำระจนหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่เธอและสามี บอย-อนุวัฒน์ สงวนศักดิ์ภักดี หรือ บอย พีซเมคเกอร์ กุมมือกันฝ่ามรสุมใช้หนี้ก้อนนี้ร่วมกันมานานกว่า 5 ปีเต็ม

            โดย เจี๊ยบ พิจิตตรา ได้เปิดใจกับกองทัพสื่อในงานบวงสรวงละคร ฟ้ามีตะวัน และ เจาะเวลาหาผู้ใหญ่ ของค่าย มงคลดี โปรดักชั่น ว่า ตอนนี้เธอและหนุ่มบอยรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมากที่ในที่สุดก็สามารถเคลียร์หนี้ได้สำเร็จ ส่วนแพลนเรื่องทายาท เจี๊ยบ พิจิตตรา เผยว่า เธอและสามีได้เริ่มเปิดอู่ด้วยวิธีธรรมชาติแล้ว แต่จะมีข่าวดีให้ได้ยินเมื่อไหร่นั้น ณ ตอนนี้คงยังให้คำตอบไม่ได้ เพราะไม่อยากกดดันความรู้สึกตัวเอง

ทราบข่าวมาว่าตอนนี้หนี้ที่เราเคยมีถูกเคลียร์หมดแล้ว ?
“ถ้าเป็นในส่วนของเรื่องไฟไหม้ ก็…หมดไปแล้วค่ะ เราโปะจนหมดแล้ว (ยิ้ม) ส่วนที่เหลือก็จะเป็นพวกการผ่อนเรือนหออะไรประมาณนั้นแล้ว เป็นทรัพย์สินปกติค่ะ”

ใช้เวลานานไหมสำหรับหนี้ก่อนนี้ ?
“ก็เริ่มตั้งแต่ไฟไหม้เลยค่ะ ประมาณ 4-5 ปี”

ทั้งหมดที่ใช้ไปเป็นเงินจำนวนประมาณเท่าไหร่ ?
“ถ้ารวมดอกเบี้ยรวมอะไรต่างๆ ด้วย ก็น่าจะประมาณ 50 ล้านบาทค่ะ เพราะมันต้องทบไปทบมาอะไรประมาณนั้น”

รู้สึกยังไงบ้างตอนนี้หนี้ก้อนใหญ่ถูกเคลียร์แล้ว ?
“โล่งเลยค่ะ (ยิ้ม) กอดคอกันสบายใจแล้วค่ะตอนนี้ จากนี้ไปเราก็เหลือแค่หนี้ทรัพย์สินที่คนปกติเขามีกัน บ้าน รถ ต่างๆ ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติแล้วค่ะ สบายใจขึ้น ได้จัดสรรอะไรที่เป็นของเรา”

ก่อนหน้านี้กดดันมากไหมเพราะตัวเลขหนี้มันใหญ่มาก ?
“เมื่อก่อนกดดันมากค่ะเพราะว่าดอกเบี้ยมันเดินทุกวันอะค่ะ และเราก็ต้องรู้ด้วยว่าเดือนนี้เรามีเงินเท่าไหร่ เดือนต่อไปเราต้องมีเงินเท่าไหร่ ซึ่งเดี๋ยวนี้บางทีดอกเบี้ยมันไม่ได้เท่ากันทุกเดือน มันก็เลยต้องฮึดนิดหนึ่งค่ะในส่วนนั้น”

ตอนที่ผ่อนหมดแล้วกอดคอกันร้องไห้เลยไหม ?
“ร้องไปหลายสเต็ปแล้วค่ะ (หัวเราะ) ก็หลายรอบเนอะ ตอนมีเงินก้อนไปเอาบ้านออกก็นิดหนึ่งค่ะ ร้องไห้กันทั้งคู่”

ตอนนี้โล่งใจแล้วเนอะ ?
“โล่งแล้วค่ะ จริงๆ เริ่มตั้งแต่ต้นปีก็รู้สึกโล่งขึ้นเยอะมากนะ เหมือนเราจัดสรรเงินถูกว่าอนาคตเราจะวางแผนยังไง ธุรกิจจะเป็นยังไง คือมันไม่ได้เครียดมาก”

มีไปฉลองไหมในวันที่ทุกอย่างจบแล้ว ?
“แค่กินข้าวกันตามปกติค่ะ และก็ของขวัญวันเกิดปีที่แล้วก็คือบ้านนี่แหละค่ะที่คุณบอยเอากลับมาได้แล้ว เพราะตอนแรกที่คุยกับธนาคารเหมือนเขาจะไม่ให้เพราะเงินมันค่อนข้างก้อนใหญ่ แต่พอโปะไปโปะมาเหมือนธนาคารเขาก็เห็นใจ (หัวเราะ)”

บอยดีใจขนาดไหนกับความสำเร็จครั้งนี้ ?
“รายนั้นเขาดีใจมากค่ะเพราะว่าเรือนหอเราสร้างกันมานานมากแล้ว สร้างก่อนแต่งงานอีก แต่สุดท้ายก็ต้องพักไป และพอตอนนี้เหมือนเราได้มันกลับมาเขาก็เลยดีใจ”

หนี้หมดแล้ว เริ่มคิดเรื่องลูกหรือยัง ?
“ปรึกษาคุณหมอแล้วค่ะ ซึ่งคุณหมอก็บอกว่าอยากให้ปล่อยตามธรรมชาติไปก่อน แต่จริงๆ เราก็แอบมีระยะเวลาของเราเหมือนกันว่าแค่ไหนถึงจะพอ เพราะว่าเราก็อายุไม่ได้น้อยๆแล้ว”

แสดงว่าจะไม่พึ่งวิธีทางวิทยาศาสตร์แน่นอนเพราะกังวลเรื่องผลกระทบ ?
“ใช่ค่ะ ก็คือตอนที่เจี๊ยบรักษาช็อกโกแลตซีสต์เจี๊ยบ ร่างกายของเจี๊ยบมันมีผลกระทบเกิดขึ้นเยอะมาก ทั้งตัวบม ผมร่วง หลายอย่างค่ะ คุณหมอก็เลยบอกว่าจริงๆ แล้วผลตรวจร่างกายของเราสองคนดีหมดเลยนะ จากนี้ก็ขึ้นอยู่กับน้องแล้วว่าเขาจะมาไหม”

มิน พีชญา โควิด-19 ทำผลกระทบต่อชีวิตมาก งานเลื่อนแพลนเที่ยวล่ม

            เป็นอีกที่ถูกผลกระทบจากไวรัส โควิด-19 สำหรับ มิน-พีชญา วัฒนามนตรี ที่ออกมายอมรับกับสื่อมวลชนว่าตอนนี้กระทบทุกอย่างเลยจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นงานที่ถูกเลื่อนออกไป หรือแพลนเที่ยวยกครอบครัวที่วางแผนไว้นานแล้ว แต่ก็ต้องล้มเลิก เนื่องจากเห็นความปลอดภัยสำคัญที่สุด

โควิด-19 ส่งผลกระทบอะไรกับเราบ้าง ?
“ก็มีกระทบแหละ งานก็เลื่อนหลายงานเลยค่ะ ส่วนรายได้ก็มีกระทบบ้าง งานต่างประเทศที่ต้องไปก็เลื่อนค่ะ จริงๆ จะมีไปที่ประเทศจีนด้วยนะ เพราะละครมินที่ไปฉายที่นู่นขึ้นแอพพลิเคชั่นก็มีการติดตามและได้ติดต่อมา แต่ไม่น่าจะได้ไปแล้ว เพราะเงียบไปเลย (หัวเราะ) ไม่รู้ว่ายังไงเหมือนกัน”

นอยด์ไหมไม่ได้ไปแล้ว เพราแฟนคลับจีนก็เยอะเหมือนกัน ?
“เสียดาย จริงๆ มินคิดถึงแฟนๆ จีนมาก ไม่ได้ไปนานแล้ว อยากจะไปทักทาย คืองานนี้ยังไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อนว่าจะมีงานนี้นะ แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวก็มีงานต่อๆ ไป มินว่าทุกคนก็คงมีความหวังเหมือนกันแหละ อยากให้มันจบลงเร็วที่สุด เพราะมันส่งผลกระทบหลายอย่าง ทั้งเศรษฐกิจ ทั้งความเครียด เรื่องสุขภาพ รวมไปถึงอะไรหลายๆ อย่าง แต่มินว่าที่สำคัญสุดเราเอาความปลอดภัยเป็นหลักดีกว่า ตอนนี้เราก็ยังไม่สามารถควบคุมได้ว่าจะเป็นยังไง”

ช่วงนี้เลยเที่ยวในไทยไปก่อน ?
“ค่ะ ตอนแรกมีไปอเมริกากับครอบครัว ปะป๋าอยากไปมาก เราแพลนกันมานาน พวกเราก็ตกลงเป็นเสียงเดียวกันทั้งตระกูลว่า เลื่อนเถอะจ๊ะ (หัวเราะ) จริงๆ ตั้งใจจะไปกันช่วงเดือนเมษายน ตอนนี้ก็ยังต้องเลื่อนไปก่อน เอาความปลอดภัยของครอบครัวเป็นหลักไปก่อน”

ตอนนี้ความรักเป็นยังไงบ้าง ?
“ก็ดีค่ะ ปกติ ถามว่าหวานขึ้นไหม มินว่าสม่ำเสมอค่ะ ตอนนี้ก็คบกันได้ 4 ปีแล้วค่ะ มีเวลาเจอกันนะคะ แต่เจอส่วนใหญ่ก็คุยแต่เรื่องงาน เรื่องการลงทุน ช่วงนี้ตลาดหุ้นไม่ค่อยดี (หัวเราะ) แต่เขาก็เก่งนะ เขาข้อมูลเยอะ มืออาชีพจริงๆ”

ครบรอบ 4 ปี มีอะไรให้กันไหม ?
“ยังไม่ถึงค่ะ เร็วๆ นี้ค่ะ มีแน่นอน แต่ไม่บอก เพราะถ้าไม่มีเดี๋ยวจะเรื่องใหญ่นะ หัวเราะ

มิน พีชญา โควิด-19 ทำผลกระทบต่อชีวิตมาก งานเลื่อนแพลนเที่ยวล่ม มิน พีชญา โควิด-19 ทำผลกระทบต่อชีวิตมาก งานเลื่อนแพลนเที่ยวล่ม

โป๊ป ธนวรรธน์ ได้โพสต์ภาพพร้อมแคปชั่นว่าเพิ่งตื่น คอมเม้นต์เพื่อนซุปตาร์แต่ละคน

            นานๆ ทีที่จะมีความเคลื่อนไหวกับเขาสักที อย่างอินสตาแกรม @popezaap พระเอกหนุ่มฉายาพี่หมื่น โป๊ป ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ หลังจากที่ปล่อยให้แฟนคลับ ต้องคอยส่องภาพถ่ายเก่าๆ เพื่อเป็นการคลายความคิดถึง

           โดยในล่าสุดเจ้าตัวได้โพสต์ภาพถ่ายเซลฟี่ในลุคหล่อเฟี้ยวทั้งหน้าทั้งผมเป๊ะเว่อร์ไม่เสียชื่อพระเอกซุปตาร์ แต่แคปชั่นที่เขียนบรรยายใต้ภาพนั้นกลับทำให้หลายคนต้องสะดุ้ง เพราะเจ้าตัวได้โพสต์ข้อความว่า “เพิ่งตื่น”

            หลังจากที่ภาพดังกล่าวถูกโพสต์ออกไปได้ไม่นาน ก็มีทั้งแฟนคลับแฟนละครเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมในความหล่อของพระเอกสุดที่รักอย่างไม่ขาดสาย

            ในขณะที่คอมเมนต์จากบรรดาเพื่อนๆ ซุปตาร์ ไม่ว่าจะเป็น เพ็ชร ฐกฤต, เนย โชติกา, บอย พิษณุ, นุ่น รมิดา ฯลฯ ดูจะไม่ค่อยเชื่อแคปชั่นใต้ภาพที่หนุ่มโป๊ปเขียนสักเท่าไหร่ ถึงขนาดต้องส่งคำถามกลับไปยังเจ้าตัวเลยว่า “ใช่เหรอ” เล่นเอาบรรดาแฟนๆ ถึงกับฮาท้องแข็งกันเลยทีเดียว

โป๊ป ธนวรรธน์ ได้โพสต์ภาพพร้อมแคปชั่นว่าเพิ่งตื่น คอมเม้นต์เพื่อนซุปตาร์แต่ละคน

ไบรท์ พิชญทัฬห์ เผยสาเหตุที่หายจากหน้าจอวงการไป ขอเวลาดูแลแม่ที่ป่วย

          ทำเอาแฟนข่าวผู้ประกาศข่าวสาวหน้าหวาน ไบรท์ พิชญทัฬห์ ถึงกับเป็นห่วงหลังเจ้าตัวควงหวานใจหนุ่ม โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ ไปเที่ยวรัสเซีย  จนกระทั่งตอนนี้ยังไม่กลับคืนหน้าจอ ปล่อยให้แฟนข่าวรอดู

           ในล่าสุดสาวไบรท์ ได้โพสต์อินสตาแกรมเปิดเผยถึงสาเหตุที่ทำให้เจ้าตัวหายหน้าไปในครั้งนี้ว่าจริงๆ ตนเองกลับมาตั้งนานแล้ว และประเทศรัสเซียที่ไปก็ไม่ใช่ประเทศเสี่ยงโควิด-19 แฟนๆ จึงไม่ต้องห่วง และยืนยันอีกครั้งหลังจากได้ตรวจแล้วว่าไม่พบเชื้อ และสาเหตุที่ยังคงไม่กลับมาทำงานเนื่องจากขอดูแลคุณแม่ที่มีอาการป่วยเพื่อให้เวลากับการดูแลคุณแม่ให้เต็มที่ก่อน

            คราวนี้นี้แฟนข่าวของสาวไบรท์ก็โล่งใจได้เพราะเจ้าตัวสบายดี และขอส่งกำลังใจให้คุณแม่ของสาวไบรท์ขอให้หายจากอาการป่วยเร็วๆ

ไบรท์ พิชญทัฬห์  เผยสาเหตุที่หายจากหน้าจอวงการไป ขอเวลาดูแลแม่ที่ป่วย

ไบรท์ พิชญทัฬห์  เผยสาเหตุที่หายจากหน้าจอวงการไป ขอเวลาดูแลแม่ที่ป่วย

 

ริชชี่ อรเณศ บอกหนูไม่เป็นไร ชมพู่ ม้า กาละแมร์ เลียนแบบเสียง ขยี้ปมดราม่า

            สร้างความไม่พอใจให้กับแฟนคลับเป็นอย่างมาก เมื่อพิธีกรซุปตาร์ จากรายการ 3 แซ่บ ชมพู่ อารยา, กาละแมร์ พัชรศรี และ ม้า อรนภา พูดปิดรายการในเทปที่ ริชชี่ อรเณศ และ ก็อต อิทธิพัทธ์ ได้มีโอกาสร่วมถ่ายทำด้วยคำพูดที่ฟังดูเหมือนเป็นการขยี้ปมดราม่า แถมยังเลียนแบบน้ำเสียงของนางเอกรุ่นน้อง จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่ชาวเน็ตว่า พฤติกรรมดังกล่าวนั้นดูจะเป็นการไม่ให้เกียรติแขกรับเชิญสักเท่าไหร่

           โดยล่าสุดทางด้านของ ริชชี่ อรเณศ และ ก็อต อิทธิพัทธ์ ก็ได้มีโอกาสออกมาพูดถึงประเด็นนี้ในงาน Lazada Woman’s Festival ซึ่งสาวริชชี่เผยว่า ตัวเธอเองไม่ได้รู้สึกโกรธหรือรู้สึกเสียใจเลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะเรื่องของการเลียนแบบเสียงเนื่องจากเธอโดนล้อเรื่องนี้บ่อยมากแล้ว อีกทั้งการที่พิธีกรรุ่นพี่ทั้งสามคนทำแบบนั้นก็น่าจะทำไปเพราะความเอ็นดูมากกว่า และตัวเธอเองก็ไม่ได้อยากให้ใครต้องมารู้สึกโกรธกันด้วย

ล่าสุดมีกระแสดราม่า รายการ 3 แซ่บ เราทั้งคู่พอจะทราบไหม ?
ก็อต – “ไม่เห็นเลยครับ ผมไม่ได้ดูพาร์ตดราม่าอะไรตรงนั้นเลย จะดูแค่คนที่ให้กำลังใจมากกว่า”

เหมือนคนดูรายการรู้สึกว่าพิธีการทั้งสามคนพูดไม่ให้เกียรติเรา ?
ริชชี่ – “หนูไม่เป็นไรเลยค่ะ”

จริงๆ เราทราบมาก่อนไหมว่าเรื่องนี้เป็นดราม่า และก็มีแฟนๆ ที่เขาออกมาปกป้องเรา ?
ริชชี่ – “ก็เห็นบ้างค่ะ แต่ว่าโดยส่วนตัวหนู หนูไม่ได้รู้สึกอะไรเลย เพราะพี่เขาก็ไม่น่าจะตั้งใจอะไรแบบนั้น”

เราคิดว่ายังไงกับการที่คนดูรู้สึกว่าพิธีกรทั้งสามคนไม่ให้เกียรติเรา ?
ก็อต – “เขาอาจจะเล่นๆ มั้งครับ”

ริชชี่ – “ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นไรเลยค่ะ”

ตอนที่ตัดสินใจไปร่วมรายการ ทีมงานเขาได้แจ้งไหมว่าทำไมต้องถ่ายนอกสถานที่ ไม่ได้เข้าสตูดิโอ ?
ริชชี่ – “เพราะเราว่าต้องตีแบตค่ะ”

เหมือนตอนนี้เรื่องดราม่าระหว่างเรากับพี่เขาก็ยังไม่จบ ?
ริชชี่ – “จริงๆ ตั้งแต่ตอนนู้นหนูก็ไม่ได้โกรธอะไรใครเลยนะคะ และมันก็ไม่ได้ต่อยาวตรงไหนเลยด้วยเพราะหนูไม่ได้โกรธใครอยู่แล้ว”

ได้มีโอกาสดูคลิปรายการไหม เพราะเหมือนเขาเลียนแบบเสียงเราด้วย ?
ริชชี่ – “คนชอบล้อเลียนหนูอยู่แล้วค่ะ ก็ไม่เป็นไร (หัวเราะ)”

มีอะไรอยากบอกกับแฟนคลับที่เขาโกรธแทนเราบ้างไหม ?
ริชชี่ – “ขอบคุณพี่ๆ ที่รักหนูนะคะ แต่ว่าไม่เป็นไรเลยจริงๆ และจริงๆ หนูก็อาจจะเป็นอย่างนั้นด้วย พี่เขาอาจจะเอ็นดูหนูก็ได้ อย่าโกรธกันเลยนะคะ”

คิดว่าเรื่องนี้จะจบเมื่อไหร่ ?
ก็อต – “ผมคิดว่าเรื่องนี้เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้ว เดี๋ยวมันก็ผ่านไป ปัญหาต่างๆ ถ้าเราไม่สนใจเดี๋ยวมันก็จบ ถ้าตัวเราจบ เดี๋ยวมันก็จบครับ”

ก็อตจะช่วยปกป้องริชชี่เองใช่ไหม ?
ก็อต – “เอ่อ…”

ริชชี่ – “อยากให้ทุกคนรักและซัพพอร์ตเราทั้งคู่นะคะ”

เอาไว้ได้อย่างต่อเนื่อง จนหลายคนอดลุ้นไม่ได้ที่จะเห็นทั้งคู่เลื่อนสถานะมาเป็นคู่จริง ทั้ง ริชชี่ อรเณศ และ ก็อต อิทธิพัทธ์ ก็ได้เผยถึงแนวโน้มความเป็นไปได้ให้เราฟังว่า

สรุปตอนนี้ก็อตเขาจีบเราหรือเปล่า ?
ริชชี่ – “ไม่จีบค่ะ ไม่จีบเลย เป็นเพื่อนกัน”

ก็อต – “เอ่อ…ครับ ใช่”

แล้วทำไมเราถึงดูแลเขาเป็นพิเศษล่ะ ?
ก็อต – “เพราะผมรู้สึกว่าเขาเป็นเพื่อนที่สนิทมากๆ และพอมีบางสิ่งบางอย่างที่เขาไม่รู้ ผมก็ต้องช่วยเหลือเป็นปกติอยู่แล้ว”

ริชชี่ – “เขาดีค่ะ เขาดีจริงๆ เขาใจดีกับทุกคนอยู่แล้ว (หัวเราะ)”

ถ้าสมมติวันหนึ่งก็อตเขาจีบเราขึ้นมา คุณแม่เราจะหวงไหม ?
ริชชี่ – “หนูยังไม่พร้อมค่ะ (หัวเราะ) หนูรู้สึกว่าตอนนี้เราเป็นเพื่อนดีกว่า เรายังมีเรื่องที่ไม่เข้าใจกันอีกเยอะ ให้เราค่อยๆ โตกันไปดีกว่าค่ะ มันยังไม่ถึงเวลา”

เมื่อกี้นี้เราบอกว่า ‘ยังไม่ถึงเวลา’ หมายถึงยังไม่ถึงเวลาจีบริชชี่เหรอ ?
ก็อต – “เอ่อ…ไม่ใช่แบบนั้นครับ แต่ผมหมายถึงอย่างริชชี่เขาบอกไงว่ายังไม่ถึงเวลาของเขา”

เราคิดว่าเรารอได้ไหม ?
ก็อต – “ตอนนี้ผมกำลังทำงานครับ เลี้ยงตัวเอง ดูแลครอบครัว ทุกอย่างก็เป็นเรื่องของอนาคต”

ริชชี่ล่ะ เราคิดว่าเราพร้อมที่จะมีแฟนเมื่อไหร่ ?
ริชชี่ – “หนูรู้สึกว่าหนูยังไม่เข้าใจคำว่าแฟนขนาดนั้นนะคะ เพราะการมีแฟนมันต้องมีการเลิก ดังนั้นให้เราเป็นแค่เพื่อนกันดีกว่า”

กังวลไหมว่าการที่เราสนิทกับก็อตมากๆ อาจทำให้หนุ่มๆ ไม่กล้าเข้ามาจีบ ?
ริชชี่ – “ปกติก็ไม่มีอยู่แล้วค่ะ (ยิ้ม)”

 

ริชชี่ บอกหนูไม่เป็นไร ชมพู่ ม้า กาละแมร์ เลียนแบบเสียง ขยี้ปมดราม่า