ลิเดีย 21วันที่รักษาโรค โควิด19 เปิดเผยการรอคอย ใกล้หายแล้ว

              ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ หลังที่ได้เข้ารับการรักษาอาการป่วยติดเชื้อ  โควิด19 ในเวลาใกล้เคียงกับสามี แมทธิว ดีน ถึงวันนี้เป็นระยะเวลา 21 วันแล้ว ซึ่งในอาการโดยรวมนั้นดีขึ้นเรื่อยๆ รอเพียงผลตรวจหาเชื้อออกมาเป็นลบเท่านั้น ลิเดีย และ แมทธิว ก็จะได้กลับบ้านไปหาลูกๆ สุดที่รัก น้องดีแลน กับ น้องเดมี่ 

              เห็นว่าทั้งคู่ลงภาพของลูกๆ อยู่บ่อยครั้ง หัวอกของคนเป็นพ่อแม่ที่ต้องห่างลูกมาเกือบเดือนแน่นอนว่าความคิดถึงนั้นคูณร้อยมากมายมหาศาลเป็นที่สุด

               ในล่าสุด วันนี้ (3 เม.ย.) ลิเดีย ได้บอกว่าการรอคอยใกล้ถึงเส้นชัยแล้ว มีสัญญาณดีๆ มากมายที่บ่งบอกว่าเธอและสามีจะได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว

               โดย ลิเดีย เขียนเล่าผ่านอินสตาแกรมใจความบอกว่า “21 วันแล้วที่ไม่ได้อุ้มลูก กอดลูก หอมลูก รอแม่อีกนิดนะคะ อีกไม่นานจะได้กลับไปแล้ว”  และปิดท้ายด้วยแฮชแท็กที่ว่า #การรอคอ #อดทน #ใกล้ถึงเส้นชัยแล้ว

ลิเดีย 21วันที่รักษาโรค โควิด19 เปิดเผยการรอคอย ใกล้หายแล้ว

ลิเดีย 21วันที่รักษาโรค โควิด19 เปิดเผยการรอคอย ใกล้หายแล้ว

ลิเดีย 21วันที่รักษาโรค โควิด19 เปิดเผยการรอคอย ใกล้หายแล้ว

อั้ม พัชราภา เเต่งตัวเสื้อผ้าหน้าผมจัดเต็ม สวยมากในวันที่พาน้องหมาไปหาหมอ

            ทำอะไรก็ดูดีดูสวย ต้องเป๊ะ ต้องปัง ทุกอิริยาบท จริงๆ สำหรับซูเปอร์สตาร์สาวขวัญใจแฟนคลับ อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ที่ตอนนี้เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ก็ทำให้สาวอั้มได้มีเวลาว่างอยู่บ้านใช้เวลากับลูกๆ น้องหมาที่รักอย่างเต็มที่

             แต่สิ่งที่ทำเอาแฟนๆ ถึงกับยิ้มและยกนิ้วให้ก็เพราะสาวอั้ม ได้โพสต์ภาพตัวเองขณะสวมชุดสวย อวดเรียวขางาม สวยพร้อมทั้งเสื้อผ้า หน้าผม และหน้ากากผ้าลายเดียวกับชุด พาน้องหมาสุดรักหมาพบคุณหมอ

เบนซ์ เรซซิ่ง เผยหมดเปลือกว่าทำไมถึงต้องจบความรักกับ แพท ณปภา

              บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี พิธีกรรายการ “เคลียร์ให้จบ”  เปิดใจสัมภาษณ์ เบนซ์ เรซซิ่ง หรือ อัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช อดีตสามี แพท ณปภา ตันตระกูล ถึงเรื่องความสัมพันธ์ที่ต้องจบ ชีวิตในคุก และเรื่องถูกทนายข่มขู่จะยัดยา วันนี้เจ้าตัวพร้อมเคลียร์ให้จบทุกเรื่อง

อยู่เงียบๆ มาตั้งนาน จู่ๆ วิ่งโร่ไปหาตำรวจ เกิดอะไรขึ้น?

“ตั้งแต่ออกมาก็อยู่เงียบๆ ไม่อยากเป็นข่าวบนสื่อเท่าไหร่ แต่พอมีเรื่องราวนี้เกิดขึ้น ก็คิดว่าเราควรออกมาพูดอะไรบ้าง เพื่อความปลอดภัยของตัวผมเองและครอบครัว”

ถูกโทรมาข่มขู่?

“ถูกต้องครับ เรื่องราวเกิดจากการฟ้องร้องทนายความที่เราเคยว่าจ้างและเกิดการโกงเงินไป”

ระดับเบนซ์ ไม่มีใครข่มขู่ได้มั้ง?

“เราไม่รู้เขาคิดทำจริงหรือไม่จริงแต่เพื่อความปลอดภัย เราป้องกันตัวเองไว้ก่อน”

คุณไปเจอทนายคนนี้ที่ไหน ยังไง?

“ตอนมีคดีความก่อนหน้านี้ ผมต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำรอพิจารณาคดี พออยู่ข้างในการดำเนินการทำอะไรมันค่อนข้างลำบาก ในการเตรียมหาหลักฐานต่อสู้คดี ในการเตรียมเอกสารใดๆ ยังดีที่มีครอบครัวช่วยดำเนินการให้ เราก็หวังว่าถ้าเราได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวก็จะเป็นการดี เราจะได้มาเตรียมหลักฐานในการต่อสู้คดี เราก็ยื่นคำร้องมาโดยตลอด แต่ศาลไม่อนุญาต เพราะอัตราโทษสูง ศาลกลัวจะหลบหนีคดี ผมก็เข้าใจในจุดนี้ดี เพราะมีคนจำนวนมากที่หนีเหมือนกัน ทางผมก็บริสุทธิ์ใจมาโดยตลอด เราต่อสู้มาตลอด แต่เรามีความหวังว่าถ้าเราได้ออกมาจะเตรียมหลักฐานได้ง่ายกว่า เพราะเรื่องเอกสาร บัญชีมีเราคนเดียวที่รู้ทั้งหมดว่ายอดไหนคือค่าอะไร”

คุณแม่เป็นคนจ้างทนายคนนี้?

“มีคนแนะนำมาอีกที ตอนแรกมีทนายว่าความให้อยู่แล้ว คนนี้มาเสนอว่าจะมาทำคดีให้และจะยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวให้ ตอนนั้นเราก็ค่อนข้างมีความหวัง มีทนายเข้ามาหาเป็น 10-20 คน แต่ด้วยทนายคนนี้ดูแล้วน่าเชื่อถือ มีการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร”

คำนำหน้าชื่อก็น่าเชื่อถือระดับหนึ่งแล้ว ตอนนั้นแม่มีการปรึกษามั้ย?

“มีการเข้ามาเยี่ยม บอกว่าเดี๋ยวจะมีทนายความคนใหม่ ให้เราเซ็นรับแต่งตั้งทนายความคนนี้ เขาจะมาดูเรื่องคดีให้ และดูเรื่องปล่อยตัวชั่วคราว โดยทำด้วยวิธีใดแล้วแต่ทนายจัดการ”

เขาขอเงินคุณเท่าไหร่?

“ตกลงกันที่ 3.1 ล้าน ที่ดูว่าเยอะ เพราะว่าในการขอประกันตัวครั้งแรก เรายื่นไปแล้ว 3 ล้าน ครั้งต่อๆ ไปก็ไม่ควรน้อยไปกว่าเดิม หลายคนอาจตกใจว่าทำไมถึงกล้าจ้างในราคาสูง ราคาอาจรวมหลักทรัพย์ในการประกันตัวด้วย ในสัญญาตกลงกันไว้ว่าถ้าทำไม่ได้ตามวันที่กำหนด ต้องคืนเงิน 3 ล้านบาททันที 1 แสนคือค่าดำเนินการ”

เขาทำได้หรือไม่ได้?

“ทำไม่ได้และไม่คืน เขาก็อ้างว่าเราไปแทรกแซงการทำงานของเขาและมีการฟ้องกลับเราอีก”

เขาเป็นทนายจริงใช่มั้ย?

“เขาเป็นทนายจริง แต่ ณ ปัจจุบันเขาโดนสภาทนายความถอนใบอนุญาตทนายไปแล้ว”

เพราะคุณไปยื่นฟ้อง?

“เคสก่อนหน้าผมอีก เราก็ยื่นไปที่สภาทนายความว่าเขาทำผิดเรื่องที่ตกลงกันไว้ สภาทนายความก็บอกว่าเขาโดนถอนไปแล้วก่อนเคสเราอีก ก็แสดงว่าเขาเคยทำแบบนี้ก่อนหน้าเรามาก่อน เขาไม่คืนเงิน เงียบหายไปและติดต่อไม่ได้ นานแล้วครับก่อนผมจะออกมาอีก”

ทำไมเขาถึงขู่ฟ้องคุณ?

“ถ้าลำดับเหตุการณ์จริงๆ ส่วนที่เขาโกงเงินส่วนนี้ไป เรามีการฟ้องศาลแพ่งว่าผิดสัญญาที่ตกลงกันไว้ จนศาลแพ่งมีคำสั่งว่าให้ชดใช้ในส่วนนี้ แต่เขาก็นิ่งเฉยไม่ชดใช้อะไร ศาลแพ่งให้เขาชดใช้ 3 ล้านพร้อมดอกเบี้ย แต่ระหว่างฟ้องศาลแพ่งเขาก็มาฟ้องกลับทางคุณแม่ว่าเราไปฟ้องเท็จเขา เอาเอกสารใดๆ มาฟ้องจนทำให้เขาได้รับโทษเสื่อมเสียชื่อเสียงว่าเขาไปโกง แต่ศาลพิจารณาแล้วยกคำร้องว่าไม่มีมูล เราก็ฟ้องกลับเขาฟ้องเท็จเหมือนกัน ถ้าศาลเชื่อว่าทางคุณแม่ฟ้องเท็จก็มีโทษเหมือนกัน เราก็เลยฟ้องเท็จกลับไป”

เขาโทรหาใคร?

“โทรหาคุณแม่ บอกว่าให้ไปถอนฟ้องซะ เพราะพรุ่งนี้ต้องไปขึ้นศาลแล้ว ศาลจะไต่สวนมูลฟ้อง เขาบอกให้ไปถอนฟ้องซะถ้าไม่อยากเดือดร้อน พอดีอัดคลิปเสียงไว้ด้วย บอกว่าให้ถอนฟ้องถ้าไม่อยากเดือดร้อน เดี๋ยวจะมาจับยากับพี่ชาย ทำนองว่ามายัดยาเสพติดกับพี่ชายเพราะแม่กับพี่ชายเป็นคนติดต่อธุระให้แทนตลอด ตอนอยู่ข้างในผมไม่สามารถดำเนินการได้ เขาบอกว่ามีคดีความกับใครก็ให้ไปถอนฟ้อง ถ้าไม่อยากเดือดร้อน ผู้ใหญ่สั่งมา”

กลัวมั้ย?

“จริงๆ เราบริสุทธิ์ใจ เราสู้คดีนี้มาตลอด ผมก็กังวลไม่รู้เขาจะมาทำอะไรเราหรือเปล่า คาดเดาไม่ได้ แต่ที่แน่ๆ ถ้าเขาบริสุทธิ์ใจจริง ไม่ต้องมาทำวิธีนี้หรอก เอาหลักฐานมาสู้คดีกัน”

เป็นตราบาปในสังคมไปเลย กับทนายความคนหนึ่ง เกิดอะไรขึ้นกับทนายความคนนั้น?

“มีภาพข่าวของสื่อบางสำนักที่เอาแฟ้มภาพเก่ามาลง ซึ่งเป็นทนายความสิทธิโชค คนจะเข้าใจผิดว่าทนายคนนี้โกงไป จริงๆ ต้องขอบอกว่าไม่ใช่ทนายสิทธิโชคที่โกง เขาเป็นทนายคนแรกที่มาดูแลคดีให้”

ชีวิตที่ออกจากคุก เคยเป็นหนุ่มเจ้าสำราญในสนามแข่งรถ แล้วเป็นเด็กที่ขยันทำมาหากิน  ทำธุรกิจ วันนึงต้องไปอยู่ในคุก มันพลิกเลยมั้ย?

“ก่อนเข้าไป เราก็เตรียมใจไว้ล่วงหน้า เราจะไม่เผื่อใจไว้เลยก็ไม่ได้ เพราะเราไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วมันจะเป็นยังไง เราต้องเตรียมตัวเตรียมใจเข้าไป แต่เตรียมใจคิดว่าไม่นาน สักอาทิตย์สองอาทิตย์รอทำเรื่องประกันตัว แต่ลากไปยาว 1 ปี 3 เดือน”

อยู่ในนั้นใช้ชีวิตยังไงบ้าง?

“ต้องบอกว่าค่อนข้างที่จะลำบาก ไม่ได้สบาย ไม่ว่าจะกิน นอน กิจวัตรประจำวันเหมือนกันหมด ประชากรในห้องขังมีเยอะมากเกินกว่าเรือนจำจะรับไหว การนอนปกติเรานอนสบายๆ แต่นี่นอนแบบไหล่ชนไหล่ ทุกคนเรียงกันไปเลย ห้องนึง 70 คน ขาไขว้กัน ไม่มีการยืด พลิกตัวไม่ได้ ต้องค่อยๆ ตะแคง”

มีคนมารังแกมั้ย?”

“เท่าที่สัมผัสมามันไม่มีแล้ว เพราะยุคสมัยเปลี่ยนไป หลายคนก็อยากประพฤติดี เพื่อได้เลื่อนชั้นกลับบ้านได้ไวขึ้น ไม่อยากมีเรื่องมีราว”

เขามีรับน้องมั้ย?

“ไม่มี อาจแค่ด้วยคดีดัง เขาก็ดูแลไม่อยากให้ใครมาวุ่นวายกับเราไม่อยากให้มีปัญหาโดนทำร้าย ถ้าให้เอาตามตรง คนข้างในเขาค่อนข้างช่วยเหลือกัน เพราะไม่มีใครอยากเข้าไป”

ส่วนใหญ่เขาติดอะไรกัน?

“ที่ผมเข้าไปจะมีคดียาเสพติดอย่างเดียว ไม่มีปล้น ฆ่าข่มขืน มีแค่ยาเสพติด เราก็คุยกันนะ พอเข้าไปก็เหมือนคนปกติทั่วไปที่เขาอาจเดินผิดพลาด เสพยาบ้าง จำหน่ายบ้าง โดนหลอกบ้าง แล้วแต่เหตุผลที่เขาเลือกที่จะทำ”

วันแรกที่ก้าวเท้าออกจากลูกกรง รู้สึกยังไง?

“รู้สึกโล่งมาก ดีใจ ผ่อนคลาย ทุกอย่างเบาไป เรามีความหวังตลอด 1 ปี 3 เดือน เรายื่นไปทุกเดือน พยายามหาเหตุผลไม่ว่าจะเรื่องหลักทรัพย์ เรื่องพฤติการณ์ เรื่องคดีใดๆ จนสุดท้ายเราบอกที่บ้านว่าไม่ต้องแล้ว เรารอสืบเลย เพราะเรามั่นใจว่าเราไม่เกี่ยวข้อง จนสุดท้ายศาลก็พิพากษายกฟ้องเรื่องยาเสพติดไป เราก็ได้ประกันตัวออกมาตามขั้นตอนปกติ”

ตอนอยู่ในคุก ถ้าศาลไม่เชื่อ ติดนานเลย ไม่ได้ออกมา คิดอะไรไว้มั้ยจะทำยังไงกับครอบครัว?

“ครอบครัวเขาสามารถดูแลตัวเองได้ตามปกติอยู่แล้ว แต่ผมมั่นใจมากตั้งแต่เข้าไปว่าด้วยหลักฐานที่เรามี เราสู้ได้ และโทษที่ผมโดนประหารชีวิต ผมไม่สารภาพ ผมสู้ต่อด้วยเอกสาร ผมไม่มีการพูดลอยๆ ผมสู้ด้วยเอกสารทุกอย่าง เขาฟ้องอะไรมาผมหักล้างได้หมด”

มีการพูดคุยกับลูกเมียไว้ก่อนมั้ย ถ้าไม่ได้ออกจะให้หาผัวใหม่?

“เราไม่ได้พูดทำนองนั้น เรามีแต่ให้กำลังใจเขา ซึ่งผมรู้ตัวล่วงหน้าอยู่แล้วว่าในวันที่ยื่นฟ้อง น่าจะไม่ได้ประกันตัว แต่ทุกคนก็มีความหวังว่าน่าจะได้แหละ เราไม่ได้หลบหนีไปไหน เราบริสุทธิ์ใจมาตลอด แต่ผมก็เผื่อใจไว้แล้วว่าน่าจะไม่ได้ แต่เราไม่พูดกับคนอื่น”

อดีตภรรยาถูกสอบสวนด้วย เครียดมั้ย?

“ครียดในส่วนที่เขาน่าจะมีผลกระทบกับงาน แต่พฤติการณ์คดีมันห่างมาก สุดท้ายก็ไม่ได้เกี่ยวข้อง”

ติดคุกปีกว่าทำให้ความสัมพันธ์ห่างด้วยหรือเปล่า?

“ก็อาจมีส่วนด้วยครับ เขาทำงานเยอะแยะ เดินสายไปหลายที่ เลยทำให้ไม่ค่อยมีเวลามาเยี่ยมด้วย จะมีก็แต่ครอบครัว พี่ชาย คุณแม่มา”

คุณพูดกับเขาตามตรงหรือนิ่งๆ?

“ก็มีฝากไปบอกเหมือนกันว่าถ้าว่าง ไม่ติดงานไม่ติดอะไรก็ให้แวะมาบ้าง ก็มีคิดถึงอยู่แล้ว แต่จะไม่ให้พาลูกมา เพราะมันทำใจไม่ได้ ก่อนเข้าไปเรซซิ่งอายุ 3 เดือน แพททำงาน เราก็ช่วยเลี้ยงลูก เราผูกพัน วันนึงเราชีวิตหักเหไม่เจอกันเลย เราทำใจไม่ได้ที่วันหนึ่งเขาจะต้องพามาเจอเขาแค่กระจกกั้น แล้วเราไม่สามารถกอด สัมผัสอะไรได้ ก็บอกว่าไม่ต้องพามา ก็อดทน”

พูดแค่นี้คุณก็น้ำตาจะไหล?

“อดทนรอนิดเดียว ผมมั่นใจว่ายังไงก็ได้ออกไปอยู่แล้ว”

วันแรกที่ได้ออกมากอดลูก?

“มันเกินจะบรรยายครับ มันดีใจที่สุดอยู่แล้วที่เราได้กลับมา แม้กระทั่งบอกว่าไม่ให้พามา เขาก็ไม่พามาเลย แต่ปริ้นท์รูปมาให้ เราดูแล้วยังร้องไห้เลย พยายามเก็บไว้ในแฟ้มไม่อยากเห็นไม่อยากดู เขาโตมาแต่เราไม่ได้อยู่กับเขา”

ร้องไห้เป็นด้วยเหรอ?

“มันอ่อนไหวมาก พออยู่ข้างในต้องยอมรับว่าเราไม่รู้อนาคตเหมือนกัน สิ่งที่เราหวังไว้มันอาจไม่เหมือนอย่างนั้นก็ได้ ช่วงที่เข้าไปมีมิวสิกวิดีโออันนึงที่แพทกับเรซซิ่งไปถ่าย เราได้เห็นก็ร้องไห้ตลอด เพลงนี้มาเพื่อนๆ ก็มองแล้ว เตรียมตัวดูเบนซ์ร้องไห้ได้เลย”

มีการพูดคุยกันมั้ย ออกไปแล้วจะเป็นยังไง?

“ส่วนนั้นไม่ได้คุยถึงขั้นนั้น เวลาเจอที่ศาลก็ถามไถ่ว่าเหนื่อยมั้ย ทำงานยังไง ปกติ”

วันที่แพทออกมาประกาศเป็นแค่พ่อแม่น้องเรซ ตกลงกันนานมั้ย?

“ไม่นะครับ คิดว่าความสัมพันธ์ค่อยๆ ชัดเจนลง”

มันเริ่มยังไง ถึงกลายเป็นต่างคนต่างอยู่?

“มันเริ่มตั้งแต่ผมเข้าไปอยู่ข้างใน มันก็เริ่มห่างกันไป ความสัมพันธ์ก็เหมือนลดลงไปเรื่อยๆ เขาก็สะดวกย้ายไปอยู่บ้านของเขา ไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้วตอนออกมา เราก็ดูแลธุรกิจของเรา ดูแลครอบครัว ดูแลคุณแม่ต่อไป

ไม่คิดจะพยายามเอาคืนเหรอภาพครอบครัวช่วยดูแลลูก แยกโซนแม่ เมีย?

“จริงๆ ในจุดที่ลงตัวที่สุดคือการที่เราคุยกันไว้ว่าเขาก็สะดวกของเขาอย่างนี้ เขาต้องทำงาน พาไปออกงานตลอด เราถ้ามีเวลาก็ไปเจอกัน ไปรับลูกบ้าง ทำกิจกรรมที่โรงเรียนบ้าง ก็คิดว่าน่าจะเป็นคำตอบที่ลงตัว ก็ดำเนินการมา มันก็ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เรามาโฟกัสที่ตัวเรซซิ่งมากที่สุด”

ความสวีตหายไป?

“มันก็หายไปตั้งแต่ห่างไปช่วงนั้นแล้ว เราก็คบมาระยะเวลานึง แต่ส่วนที่หายไปมันนานยิ่งกว่านั้น”

เท่าที่เคยคุยกับแพท แพทจำเป็นต้องกลับบ้านเพราะเขามีผู้ป่วยอยู่ที่บ้าน?

“ครับ เขามีทั้งแม่และพี่น้องที่รวมอยู่ที่บ้าน”

เกิดดราม่าเกิดขึ้นแน่นอน เหมือนคู่คุณจะเป็นที่สนใจของประชาชนเยอะเหลือเกิน จนหลายคนถามว่าถ้าแพทเปิดตัวแฟนใหม่ คุณรู้สึกยังไง?

“จริงๆ แล้วถ้าทำให้เขามีความสุข ผมก็ยินดีด้วย อาจมาเติมเต็มสิ่งที่เขาขาดหายไป ยินดีที่เขาจะมีความสุขในจุดนี้”

เริ่มจากโอ๊ต ปราโมทย์ ตอนมีข่าวกัน มีคนส่งข่าวหาคุณมั้ย?

“ผมว่าอันนั้นมันค่อนข้างชัดเจนว่าไปทางเรื่องงาน เป็นคู่จิ้น เราก็มองว่าเป็นงาน ไม่ได้คิดอะไร”

หวงมั้ย?

“มองเป็นงานมากกว่า”

ยังมีความหึงหวงอยู่ข้างในมั้ย?

“ก็ไม่เชิง เราก็มีแต่เป็นห่วงว่าจะทำงานเหนื่อยมั้ย ดูแลลูกเป็นยังไง หอบกระเตงๆ เรามองเป็นอย่างนั้นมากกว่า”

ล่าสุดเปิดตัวกันไปว่าเริ่มคุยกับคนใหม่อายุน้อยกว่า 10 ปี มีคุยกับเขามั้ย?

“ไม่ได้คุยเรื่องนี้เลย ผมเคารพการตัดสินใจของเขา ถ้าเขาคุยแล้วสบายใจ มีความสุข เข้ากันได้ เราก็ยินดีที่เขาจะมีความสุขในจุดนี้”

มีห่วงลูกมั้ยไปกับคนนั้นคนนี้ จะเป็นยังไง จะดูแลลูกดีมั้ย?

“แต่เรซซิ่งผมมองว่าเขาเป็นคนที่ใครๆ ก็เอ็นดู ไม่กลัวว่าเขาจะดูแลลูกไม่ดี”

เรซซิ่งพูดถึงอีกคนนึงต่อหน้าคุณ คุณเลยไปถามแพทว่าคนนั้นใคร?

“เราก็แซวๆ หยอดเขาเล่นๆ ว่าอะไรแดดดี้ๆ ดูว่าเขาทำท่าทียังไง แต่โอเค เขาก็เปิดใจที่จะคุย เราก็ไม่ได้ติดขัดอะไร ก็เป็นสิทธิ์ของเขา เพราะคุยกันชัดเจนแล้วว่าเป็นพ่อแม่ ช่วยดูแลเรซซิ่งให้ดีที่สุด”

เรซซิ่งเอาไปเล่าคุณพ่อ มีเจ็บจี๊ดๆ มั้ย?

“เขาบอกว่าเรียกเล่นๆ เฉยๆ เราก็ไม่ได้คิดอะไร ยังไงความเป็นพ่อ สายเลือดก็ตัดไม่ขาดอยู่แล้ว”

ทุกวันนี้ทำหน้าที่พ่อยังไง?

“ทุกครั้งที่มีโอกาสไปรับได้หรือพาไปเที่ยวก็ไม่พลาด แต่ไม่บ่อยเท่าไหร่ เพราะต้องเข้าใจว่าบางทีเขาต้องไปออกงานด้วยกัน ออกงานคู่หรือออกรายการ นอกจากเขาไปรับไม่ได้ก็ให้เราไปช่วยรับให้หน่อย คุณย่าก็ไปด้วย คุณย่ารักมาก เขาก็ติดเรซซิ่งเหมือนกัน”

มีแบ่งวันมั้ย?

“ไม่ได้แบ่งชัดเจน แล้วแต่สะดวก แล้วแต่คิวงานแพทด้วย”

มีคนอยากให้รีเทิร์น รู้สึกยังไง?

“ก็เป็นสิทธิ์ของเขาที่อาจชอบในคู่เรา ติดตามมาตั้งแต่แรก แต่ความสัมพันธ์มันชัดเจนตรงนี้แล้วว่าเราเป็นพ่อและแม่ที่ดีต่อกัน”

มีหมอดูทักมาอีก 5 ปีรีเทิร์น?

“ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องอีก 5 ปีตอนนั้นนะครับ”

มีคนเข้ามาทำให้หัวใจกระซุ่มกระชวยมั้ย?

“จะบอกว่าไม่มีเลยก็เป็นไปไม่ได้ ต้องยอมรับว่ามีคนที่เขาอยากเข้ามาคุย เราก็พร้อมที่จะเปิดใจ ใครอยากรู้จักลองทักมาคุย เราก็ไม่ปิดโอกาสตรงนี้ สเปกเราไม่ได้ตายตัว เอาที่คุยกันเข้าใจ เข้ากันได้”

ต้องสวยเอ็กซ์เซ็กซี่?

“ตอนหลังๆ ก็ลดลงมาแล้ว ไม่ต้องสวยมาก เดี๋ยวจะห่วงมากกว่า ขี้หึงในระดับหนึ่ง แต่ตอนนี้ก็มีคุยๆ ถ้าวันหนึ่งเห็นผมเดินกับสาวที่ไหน กินข้าวกับใครก็ไม่ต้องตกใจ เพราะเป็นสิทธิ์ของเราที่จะไปลองคุยดู ถ้าสบายใจก็คุย ไม่สบายใจก็ไม่คุย ก็ไม่แปลกอะไร”

อยากพูดอะไรถึงแพท?

“ในส่วนของคู่เราก็ตกลงกันชัดเจนแล้ว เราเป็นพ่อแม่ที่ดีต่อกัน จะหาเวลาให้มันเยอะๆ เติมเต็มที่มันขาดหายไป ถ้ามีเวลาก็ไปเที่ยวกัน พ่อแม่ลูกเหมือนเดิม”

เบนซ์ เรซซิ่ง เผยหมดเปลือกว่าทำไมถึงต้องจบความรักกับ แพท ณปภา

 

อุ้ม ลักขณา นุ่งบิกินี นอนอาบแดดกลางบ้าน เปิดเผยเคล็ดลับสีผิวสีแทน

             ต้องยกให้เธอคนนี้จริงๆ สำหรับตำแหน่งผู้หญิงที่เซ็กซี่ที่สุดในวงการบันเทิง อุ้ม-ลักขณา อมิตรสูญ คุณแม่ลูกอ่อน ที่มาพร้อมกับสรีระเป๊ะปัง จนบรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ยกให้เป็นไอดอลด้านการดูแลรูปร่าง

               แถมล่าสุดเจ้าตัวยังจัดหนักเอาใจแฟนคลับบนโลกโซเชียลฯ ด้วยการโพสต์ภาพถ่ายขณะนอน อาบแสงแดดร้อนๆ ลงบนอินสตาแกรม @lukkanaaum พร้อมกับเขียนแคปชั่นปฏิบัติตามคำแนะนำของรัฐบาล #อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ ด้วยว่า “อยู่บ้านก็อาบแดดได้ คิดถึงทะเล”

                และจากภาพถ่ายดังกล่าวนอกจากเราจะได้เห็นรูปร่างฟิตแอนด์เฟิร์ม ที่มาพร้อมกับผิวสีแทนสะท้อนแสงของ อุ้ม ลักขณา แบบชัดๆ เต็มสองตาแล้ว

                 เจ้าตัวก็ยังถือโอกาสนี้เผยสูตรเด็ดเคล็ดลับที่แฟนๆ ถามไถ่เข้ามากันเยอะมากด้วยว่า ใช้อะไรทาผิวก่อนอาบแดด? ซึ่งสิ่งคำตอบที่ได้ก็คือ น้ำมันมะพร้าว ธรรมดา…ธรรมดา นั่นเอง

อุ้ม ลักขณา นุ่งบิกินี นอนอาบแดดกลางบ้าน เปิดเผยเคล็ดลับสีผิวสีแทน

อุ้ม ลักขณา นุ่งบิกินี นอนอาบแดดกลางบ้าน เปิดเผยเคล็ดลับสีผิวสีแทน

อุ้ม ลักขณา นุ่งบิกินี นอนอาบแดดกลางบ้าน เปิดเผยเคล็ดลับสีผิวสีแทน

อุ้ม ลักขณา นุ่งบิกินี นอนอาบแดดกลางบ้าน เปิดเผยเคล็ดลับสีผิวสีแทน

ชมพู่ อารยา ขูดมะพร้าวทำขนมเมนูใหม่ลูกชายอย่างน้องสายฟ้าเรียกมะพร้าวผิด

             บ้านคุณยายวารีกลายเป็นที่ประจำของ ชมพู่ อารยา และลูกชายฝาแฝด สายฟ้า-พายุ ไปแล้ว และวันนี้ทุกคนก็ตื่นเช้า มีกิจกรรมและเมนูขนมใหม่ๆ ให้ได้ทำกันกินแต่เช้า กับเมนูที่ชมพู่บอกว่า “วันนี้ทำขนมพิมพ์ฮะ”

             ท่าทางของแม่ชมพู่คือใช่เลย ท่านั่งขูดมะพร้าวที่ดูคล่องมือมาก แม้จะไม่ได้ทำบ่อยๆ แต่ดูเก่งทีเดียว และเริ่มต้นคลิปก็ฮาแล้ว เมื่อ น้องสายฟ้า เรียกมะพร้าวว่ามะม่วง ทำเอาแม่ชมพู่ถึงกับหัวเราะเลยจ๊ะ  แถมลูกชายยังจะช่วยแม่ทำอีก และสุดท้ายก็ต้องให้มืออาชีพตัวจริงอย่างคุณยายวารีมาขูดให้ดู

              ร่วมมือร่วมใจกันทั้งบ้าน และก็ได้มาเป็นขนมร้อนๆ น่าทานอีกหนึ่งเมนู น้องสายฟ้ากินใหญ่เลย ส่วนน้องพายุ รอบนี้ผิดตาดไม่ได้กินโชว์พี่ๆ เลย กิจกรรมช่วงอยู่บ้านแบบนี้ ใครเบื่อๆ เครียดๆ ก็ลองเอาไปทำกันดูนะ นี่แค่ดูยังสนุกไปด้วยเลย

ชมพู่ อารยา ขูดมะพร้าวทำขนมเมนูใหม่ลูกชายอย่างน้องสายฟ้าเรียกมะพร้าวผิด

ชมพู่ อารยา ขูดมะพร้าวทำขนมเมนูใหม่ลูกชายอย่างน้องสายฟ้าเรียกมะพร้าวผิด

ชมพู่ อารยา ขูดมะพร้าวทำขนมเมนูใหม่ลูกชายอย่างน้องสายฟ้าเรียกมะพร้าวผิด

ชมพู่ อารยา ขูดมะพร้าวทำขนมเมนูใหม่ลูกชายอย่างน้องสายฟ้าเรียกมะพร้าวผิด

นิวเคลียร์ สุดงง โดนลูกชายวัยหนึ่งขวบ น้องไทก้า บ่นว่าแม่โป๊

           ความน่ารักของ น้องไทก้า ลูกชายตัวน้อยของ คุณแม่คนสวย นิวเคลียร์ หรรษา กับคุณพ่ออารมณ์ดี ดีเจเพชรจ้า วิเชียร ที่ตอนนี้กลายเป็นหนูน้อยฟันน้ำนมขวัญใจพี่ๆ ชาวโซเชียลไปอีกหนึ่งคน จากหนุ่มน้อยหน้านิ่งตอนนี้เริ่มพูดเก่งแล้ว

           และไม่ใช่แค่พูด เพราะงานนี้ทำเอาคนเป็นแม่ถึงกับงงมาก เพราะแค่ขวบเดียวบ่นแม่ว่าโป๊แล้ว มีเอามือมาชี้ด้วยว่าตรงไหนโป๊ โอ๊ย! น่าเอ็นดูมากน้องไทก้า ลูกแม่นิวเคลียร์

        “งงมากแม่ โดนลูกบ่นว่าโป๊ ขวบเดียวรู้จักบ่นแม่แล้วหรอ!!! โป๊ตรงไหน! ไม่เคยสอนเลยนะ หรืออาจจะเวลาก้าแก้ผ้าแม่จะบอกโป๊ๆๆๆ เลยจำมาแน่ๆ”

           แบบนี้แม่นิวคงต้องใส่เสื้อคอเต่าแล้วลูก นอกจากดีเจเพชรจ้าก็มีหนุ่มน้อยมาหวงนิวเคลียร์เพิ่มอีกหนึ่งตำแหน่งแล้ว

นิวเคลียร์ สุดงง โดนลูกชายวัยหนึ่งขวบ น้องไทก้า บ่นว่าแม่โป๊

นิวเคลียร์ สุดงง โดนลูกชายวัยหนึ่งขวบ น้องไทก้า บ่นว่าแม่โป๊

นิวเคลียร์ สุดงง โดนลูกชายวัยหนึ่งขวบ น้องไทก้า บ่นว่าแม่โป๊

นุสบา ป้องกันไว้ก่อน แยกอยู่กับลูกชายน้องปุณณ์-น้องกันต์ ลดการเสี่ยง โควิด-19

           สมาชิกในครอบครัวจะไม่มีใครอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือใกล้ชิดกับผู้ป่วยอันเนื่องมาจากเชื้อไวรัส โควิด-19 แต่คุณแม่คนเก่งอย่างนักแสดงสาว นุสบา ปุณณกันต์ ก็ขอเลือกที่จะใช้วิธีการลดเสี่ยงตามแนวคิดปลอดภัยไว้ก่อน

            ด้วยการให้ลูกชายทั้งสองคน น้องปุณณ์ และ น้องกันต์ แยกที่อยู่กับเธอและสามีในช่วงนี้ อีกทั้งเธอยังได้โพสต์ภาพถ่ายความน่ารักของทั้งสองหนุ่มขณะชูสองนิ้วสื่อความหมาย “สู้สู้” ส่งกำลังใจให้กับคุณแม่ในช่วงเวลาที่ต้องคอยระมัดระวังความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัวอีกด้วย

              “Social distancing เราไม่ได้ไปเจอกลุ่มเสี่ยงแต่ป้องกันไว้ก่อน แยกกันเราอยู่ดีกว่า แยกห้อง แยกโซน ถ้าทำได้ค่ะ สบายดีไหมคะทางโน้น คิดถึงนะจ๊ะ รักษาสุขภาพกันนะคะ #อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ”

นุสบา ป้องกันไว้ก่อน แยกอยู่กับลูกชายน้องปุณณ์-น้องกันต์ ลดการเสี่ยง โควิด-19

นุสบา ป้องกันไว้ก่อน แยกอยู่กับลูกชายน้องปุณณ์-น้องกันต์ ลดการเสี่ยง โควิด-19

นุสบา ป้องกันไว้ก่อน แยกอยู่กับลูกชายน้องปุณณ์-น้องกันต์ ลดการเสี่ยง โควิด-19

เป้ย ปานวาด สุดจะทน ลูกๆถูกวิจารณ์แรงมาก แหมบทั้งบ้าน พ่อพันธุ์ไม่ดี

            เป็นขวัญใจของแฟนๆ หลายคน สำหรับครอบครัวของนักแสดงสาว เป้ย ปานวาด และสามี ป๊อป นิธิ ที่ตอนนี้มีลูกน้อย น้องโปรด และ น้องปาลิน มาสร้างความสดใส เติมชีวิตชีวาให้กับทุกคนในครอบครัว และด้วยความน่าเอ็นดูของน้องโปรด และน้องปาลินทำให้ครอบครัวนี้มีคนติดตามมากมาย

             แต่ด้วยเพราะมีคนรักก็ต้องมีคนวิพากษ์วิจารณ์เป็นธรรมดา อย่างล่าสุด คุณแม่เป้ย ได้แคปความคิดเห็นขากชาวโซเชียลคนหนึ่ง ที่เข้ามาแสดงความเห็นวิจารณ์รูปร่างหน้าตาของลูกๆ ทั้งสองว่า “แหมบกันทั้งครอบครัว เด็กๆ หน้าตาเหมือนพ่อ ไม่หล่อไม่สวยเลย ถ้าเหมือนแม่เป้ยบ้างคงหล่อสวย พ่อพันธุ์ไม่ดี โพสต์ลงในอินสตาแกรม

              พร้อมระบุข้อความว่า “จะสอนให้ลูกทั้ง2 คนได้เรียนรู้เข้าใจรับฟังคำวิจารณ์แต่จะสอนให้ลูกได้เรียนรู้ว่าคำวิจารณ์พวกนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำและโตไปอย่าได้ทำแบบนี้คนอื่น” หลังจากเป้ยได้โพสต์ไป ได้มีแฟนๆ และเพื่อนๆ ลุง ป้า น้า อา ของน้องโปรด และน้องปาลิน เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันมากมาย ถึงความไม่เหมาะสมกับคำวิพากษ์วิจารณ์เด็กเช่นนั้น

เป้ย ปานวาด สุดจะทน ลูกๆถูกวิจารณ์แรงมาก แหมบทั้งบ้าน พ่อพันธุ์ไม่ดี

เป้ย ปานวาด สุดจะทน ลูกๆถูกวิจารณ์แรงมาก แหมบทั้งบ้าน พ่อพันธุ์ไม่ดี

เป้ย ปานวาด สุดจะทน ลูกๆถูกวิจารณ์แรงมาก แหมบทั้งบ้าน พ่อพันธุ์ไม่ดี

กาละแมร์ ชี้เเจงเรื่องดราม่าคลิปถูกตัดต่อไม่ต้องกลัวโควิด-19

           จากดราม่ากรณีคลิปของพิธีกรชื่อดัง กาละแมร์ พัชรศรี ที่พูดว่าเตือนว่าไม่ต้องตระหนกโควิด-19 เพราะไทยเรามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองมากมาย ซึ่งกลายเป็นกระแสที่เจ้าตัวถูกโจมตีกลับอย่างหนัก และถูกแชร์ออกไป จนล่าสุดกาละแมร์ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าวแล้ว ว่าคลิปดังกล่าวถูกตัดต่อให้เหลือเพียง 1 นาที จากคลิปความยาวเกือบชั่วโมงครึ่ง ซึ่งทำให้เกิดความเข้าใจผิดไปมาก

           ซึ่งคลิปจริงกาละแมร์ต้องการแชร์ประสบการณ์ในการดำเนินชีวิตในแฟนเพจตัวเอง ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม โดยหากทำให้เกิดความเข้าใจผิดต้องขอโทษและขออภัยจากใจ แต่ด้วยเจตนาไม่ได้มีความตั้งใจแบบนั้นจริงๆ

           และในประเด็นเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ กาละแมร์เชื่อว่าหลายคนมีสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและเป็นเรื่องส่วนบุคคลเราให้อิสระกันและกันเสมอ

           ส่วนสิ่งที่กาละแมร์บอกว่าห่วงที่สุด คือปากท้องคนไทยทุกคน อยากให้กำลังใจทุกคน สถานการณ์นี้กาละแมร์ก็บอกว่าเป็นคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน ตามภาพข้อความที่กาละแมร์ชี้แจงไว้ดังนี้

         “สวัสดีค่ะทุกท่านจากกรณีคลิปความยาว 1 ที่แชร์ในโซเชียลนั้น แมร์ขอชี้แจงดังนี้ค่ะ คลิปดังกล่าวมาจากคลิปที่แมร์ live ทาง Fanpage Kalamare เมื่อเย็นวันศุกร์ที่ 20 มีนาคม เป็นคลิปที่ถูกตัดให้เหลือแค่ 1นาที จากคลิปเต็มยาวเกือบ 1 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งพอถูกตัดตอนมาจึงทำให้เกิดความเข้าใจผิดไปมาก

           ในคลิปที่ถูกตัดมามีคำพูดที่ถูกจับไปเป็นประเด็นว่า แมร์บอกว่าไม่ต้องกลัวโควิด-19 เพราะเรามีสิ่งศักด์สิทธิ์คุ้มครอง ซึ่งเป็นผลทำให้เกิดความเข้าใจผิดนั้น แมร์ขอชี้แจงนะคะว่า ถ้าฟังเนื้อหาที่แมร์พูดก่อนหน้านั้นจะรู้ว่า แมร์กำลังแชร์ประสบการณ์ในการดำเนินชีวิต โดยต้องการสื่อสารไปที่แฟนเพจที่เป็นคนทำงานหรือทำธุรกิจที่ทำอาจจะท้อแท้ในตอนนี้อยู่ว่า อย่าเพิ่งหมดหวังให้ทำใจให้ดี มองหาโอกาสในวิกฤติให้เจอ…พวกเราจะต้องจับมือกันและสู้ไปด้วยกันค่ะ

           และในประเด็นเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แมร์เชื่อว่าหลายคนมีที่สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ ให้เรามีกำลังใจ และเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนบุคคลเราให้อิสระกันและกันเสมอค่ะ

            ย้ำอีกครั้งนะคะว่า หากสิ่งที่แมร์พูดและทำให้เกิดความเข้าใจผิดไปต้องขอโทษและขออภัยจากใจ แต่ด้วยเจตนาของแมร์ไม่ได้มีความตั้งใจแบบนั้นจริงๆ ค่ะ

           สิ่งที่แมร์ห่วงที่สุด คือปากท้องคนไทยทุกคน อยากให้กำลังใจทุกคน รวมทั้งคุณหมอ พยาบาล ุกอาชีพ ทุกคนที่ทำเพื่อสังคมตอนนี้ สถานการณ์นี้แมร์ก็เป็นคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน จึงหาวิธีทำตัวทำใจให้เบิกบาน ปรับการทำงานให้เราอยู่รอด และเล่าประสบการณ์ของเราผ่านโซเชียลมีเดียของเรา

 

แมทธิว ดีน ได้กำลังใจที่ดีจากน้องดีแลน ที่ส่งรูปชูสองนิ้วมาให้แล้วบอกว่าพ่อสู้ๆ

          หลังจากที่ แมทธิว ดีน เพิ่งออกมาโพสต์คลิปเล่าอัปเดตสภาพร่างกายและจิตใจ ขณะที่รักษาตัวเพราะติดเชื้อโควิด-19 ไปเมื่อวานนี้ (19 มี.ค.) หลังจากรักษาตัวมาประมาณ ุ6-7 วัน ซึ่งแมทธิวก็ยังรู้สึกกังวลกับการรอคอยที่ยังไม่มีคำตอบ เพราะโรคโควิด-19 ยังเป็นเรื่องที่ใหม่มากๆ สำหรับทุกคน

            และกำลังใจดีๆ ที่สุดก็คือในคนในครอบครัว ทั้งภรรยา ลิเดีย ศรัณย์รัชย์ ที่ยังคงนอนรักษาตัวเช่นเดียวกับแมทธิว และล่าสุด (20 มี.ค.) แมทธิวได้โพสต์ภาพของลูกชาย น้องดีแลน ที่ส่งรูปมาให้พ่อแมทธิว เป็นรูปที่ชูสองนิ้ว เห็นแบบนี้พ่อมีแรงสู้ๆ อีกเยอะเลยลูก